The Last of Us Part 2 – Can You Ever Forgive Me?

So I took my time and finally finished The Last of Us Part 2 last night. It’s quite an experience so I decided to let it sit with me for awhile before I started putting things into words. First off, I stood by my earlier comment a few post back when I first bought the game, that I don’t like the idea of a company milking a film or video game, producing endless stream of contents that feels less significant each time around. Sequels aren’t necessary unless you have a worthy story to tell, a concern that is fully blown away as I watched the credits roll. The world of The Last of Us is jammed pack with story potential, characters and places waited to be explored, and Part 2 succeeds in telling a poignant, grueling story that proposes the moral repercussions of how we consume media violence, takes us to uncomfortable places, and dares to present dilemmas that challenges both us the players and our tragic heroine, Ellie.

[SPOILER ALERT]

อ่านต่อ

Game of Thrones season 8: Subversion over Satisfaction

Before I get to the nitty-gritty, I just wanna say that HBO’s Game of Thrones has been a big part of my teenage life. I started watching the show back in my early middle school and has fallen in love with the characters and their world ever since. I bought merch. I skipped school to catch an episode live. I queued up early for one of our Comic Con, before the venue even opened, to rush in for a chance to receive a sketch from the show’s storyboard artist I didn’t even know. I went to that same con alone the other day for a photo session with the Iron Throne, the staff had to help take picture for me which is quite embarrassing. That very picture is actually the first photo I posted on my Instagram of an account with 800+ posts, you can go ahead, try to find it and see if there’s nothing better to do.

With that being said, for a show this caliber, a tale so interconnected with this many intriguing story arcs, intricate lore, and complex characters, I would appropriately expect some sort of payoff and closure from the show’s final season, consider all their slow burn and build-ups, characters literally traveling across the sea to cross path in a satisfying conclusion to a show spanning a decade. Sadly, that didn’t happen. And for a show so critically praised and revered, the best thing on television I was always excited for and looking forward to every single year, that’s just disappointing.

js3TgJJ5LsuwfWqQobTi7a.jpg

อ่านต่อ

[Review] Sekiro: Shadows Die Twice – Weeb Dark Souls?

จบ Sekiro: Shadows Die Twice แล้ว เกมที่ 5 จาก From Software ของเรา เกมที่ 12 ของปีนี้ so far (ดราฟโพสนี้ไว้ตั้งแต่ตอนจบเกมครั้งแรกเมื่อต้นๆเดือนที่แล้ว ตอนนี้จบ New Game +3 ใกล้จะ Platinum ละครับ)

ตอนเปิดตัวครั้งแรกก็รู้สึกตะหงิดๆหน่อย ในใจจริงๆอยากได้ Bloodborne 2 ไม่ก็ Dark Souls 4 ไรงี้มากกว่า แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องชื่นชมความพยายามของผู้พัฒนาเค้าอย่าง From Software (กับ Activision ที่ยอม publish เกมซิงเกิลเพลเยอร์ที่ไม่มี microtransaction) ที่กล้าที่จะลองอะไรแปลกๆ redefine เมคคานิคเดิมๆ นำสไตล์เกมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองมาปรุงใหม่ให้สดแหละ เพราะถ้าเค้าเอาของเก่ามาขายใหม่ ดันภาคต่อไม่หยุดหย่อน เราก็คงไม่มี Bloodborne หนึ่งในเกมโปรดของเราเมื่อปี 2015 เหมือนกัน

Sekiro_23.jpg

ตอบยากว่าตกลงแล้วมันง่ายหรือยากกว่าเกมก่อนๆเหมือนกัน เรามองว่ามันเข้าถึงง่ายกว่าเกมอื่นถ้าคุณเป็นผู้เล่นหน้าใหม่นะ ถ้าเป็น veteran เกมโซลมาก่อนจะค่อนข้างปรับตัวยากพอสมควรเลย แล้วแต่ว่าจะมองเกมเพลย์มันจากพ้อยต์ไหน

(ช่วงกลางๆถึงจบโพสมีสปอยเนื้อเรื่องและคอนฟลิคของเกม Soulsborne อื่นๆนะครับนะครับ)

อ่านต่อ

“การเดินทางกลับสู่อดีต” – ทิศทางและการเคลื่อนที่ใน Night in the Woods

สิ่งนึงที่พึ่งสังเกตในชั่วโมงที่ 15 ในการเล่น Night in the Woods รอบสอง คือการใช้ทิศทางและการเคลื่อนที่เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องและช่วยซัพพอร์ทธีมของเกมแฮะ

DhBsP5bVMAAlQwF

อ่านต่อ

[Review] Vampyr – ความอยู่รอดหรือความถูกต้อง?

Vampyr เกม Action-RPG ใหม่ล่าสุดจากสตูดิโอ Dontnod ทีมผู้สร้างหนึ่งในเกมที่ผมรักที่สุดตลอดกาลอย่าง Life is Strange ว่าด้วยเรื่องราวของ Jonathan Reid หมอชาวอังกฤษยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่บังเอิญเคราะห์ร้าย ถูกแปลงเป็นอสูรแห่งรัตติกาลอย่างแวมไพร์ โจนาธานต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับชีวิตใหม่ในความมืดของตน คำสาป และความกระหายเลือดอันไม่มีวันจบสิ้น พร้อมกับไขปริศนาแห่งโรคหวัดสเปน เชื้อโรคร้ายที่กำลังคร่าชีวิตชาวลอนดอน ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องความจริงที่โจนาธานต้องออกค้นหา ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการแปลงร่างเป็นแวมไพร์ของเค้า? และจุดประสงค์ของเค้าผู้นั้นคืออะไรกันแน่?

DfZbR8hUEAAmP-8

(ปลอดภัยไร้สปอย)

อ่านต่อ

[Review] Monster Hunter: World – A welcoming gateway to the world of Monster Hunter

จบ Monster Hunter: World ละ มัวแต่เอ้อระเหยวิ่งฟาร์มของ ทำเควสย่อยเพลิน เห็นว่าไหนๆเน็ตก็ล่มไม่มีเพื่อนเล่นด้วย แล้วก็แตะชั่วโมงที่ 90 ละ ถึงนึกได้ว่าควรจะไปเคลียร์เควสหลักให้มันจบๆไปซักที ไม่อยากร่ายยาวเป็นย่อหน้า รีวิวเป็นข้อๆละกัน เน้นที่ตัวผลงานตามหน้ากระดาษนะ ไม่มีมายกไปเทียบกับภาคก่อนภาคเก่า เพราะไม่เคยเล่นจบเลยซักภาค พวกนั้นจะยังไงก็ช่างมัน

(สปอยสตอรี่เน้อ) อ่านต่อ

สำรวจสภาวะจิตใจ Kylo Ren ใน Star Wars: The Last Jedi

Kylo-Ren-Lightsaber-Star-Wars-Last-Jedi

ผ่านมาเป็นภาคที่ 2 แล้วของไตรภาคที่สามของเฟรนไชร์ Star Wars อันเป็นที่รักของเรา แต่ก็ยังขอยืนยันคำเดิมนะว่า Kylo Ren / Ben Solo คือคาแรคเตอร์ที่เราชอบที่สุดของไตรภาคนี้อยู่ดี และเผลอๆอาจจะชอบที่สุดในทั้งเฟรนไชร์นี้เลยด้วยซ้ำหากในภาค 9 ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เบนเป็นคาแรคเตอร์ที่ไม่ได้มีเพียงด้านเดียวอ่ะ มันมีความซับซ้อนทางอารมณ์สูง มันเป็นตัวโกงที่อยากจะเกลียดก็เกลียดไม่ลง เพราะมันก็มีความคิด อารมณ์ความรู้สึก และเหตุผลของมัน มีคอนฟลิกที่ทำให้มันไม่ใช่แค่ตัวโกงธรรมดาๆภายใต้หน้ากาก แต่ก็เป็นคนๆนึงที่มีชีวิตจิตใจเหมือนฝั่งพระเอกนั่นแหละ

ซีนที่พอกลับมาดูรอบสองแล้วชอบกว่าเดิม คือซีนที่เบนมายืนประจัญหน้ากับ Luke บนดาวเหมือง Crait แหละ ในแง่ของแอ็คชั่นหลายๆคนอาจบอกว่าน่าผิดหวัง ไม่เห็นมีอะไร แต่สำหรับเราแล้ว มันเป็นซีนที่บ่งบอกและสะท้อนสภาวะทางอารมณ์ของเบนได้ชัดเจนจนน่าเศร้าเลยล่ะ

(บทความเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ Star Wars: The Last Jedi)

อ่านต่อ

Life is Strange: The Importance of Characters in Storytelling

maxresdefault.jpg

นอกจากภาพยนตร์หรือทีวีซีรีส์ หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูนแล้ว ผมว่าวิดิโอเกมก็เป็น medium ที่สำคัญตัวนึงของการเล่าเรื่องหรือ storytelling ที่ถูกมองข้ามนะ เมื่อพูดถึงเกม สิ่งแรกที่เราจะได้ยินจากผู้เล่นทั่วไปน่าจะเป็นเรื่องของเกมเพลย์ หรือไม่ก็กราฟฟิค เราเสพแต่ความสนุกเร้าใจ ภาพสวยงดงามระดับ 1080p โดยอาจจะลืมไปแล้วว่านอกจากสองสิ่งเหล่านี้แล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของสื่อมากมายหลายชนิด แก่นกลางของมัน สิ่งที่ทำให้เกมไม่ได้มอบแค่ความสนุกชั่วขณะครั้งแต่ติดตราตรึงผู้เล่นไปนานเท่านาน แท้ที่จริงแล้วคือเรื่องราว สตอรี่ และคาแรคเตอร์ของมัน หากไร้ซึ่งการดำเนินเรื่องสุดประทับใจและคาแรคเตอร์ที่น่าเอาใจช่วยอย่างโจลและเอลลี่ The Last of Us ก็คงไม่ต่างอะไรจากเกมซอมบี้ตามท้องตลาดทั่วไป หากขาดซึ่งโลกและเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ สตอรี่อันเข้มข้นและมิชชั่นมากมายที่ได้รับความใส่ใจในทุกรายละเอียด The Witcher 3 ก็อาจไม่พ้นที่จะเป็นได้แค่เกม RPG โอเพ่นเวิร์ลเกมนึงที่อีกไม่กี่เดือนก็ถูกลืมเลือน วิดิโอเกมแตกต่างจากสื่อทุกชนิด ที่ไม่ใช่แค่ให้คุณได้นั่งรับความบันเทิงอยู่อีกฝั่งนึงของจอทีวีหรือหน้ากระดาษ แต่ให้คุณสามารถได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์นั้นได้โดยตรง ได้เข้าไปสัมผัสโลกของเกม ได้ immerse ตัวของคุณเข้าไปในสตอรี่อันลุ่มลึกและทำความรู้จักกับตัวละครมากมายที่เข้ามาให้พบเจอ วิดิโอเกมที่ดีก็ควรจะเป็นเหมือนหนังดีๆซักเรื่อง ที่เมื่อคุณดูจบ คุณไม่ใช่แค่รีบลุกออกจากโรงแล้วกลับบ้าน แต่กลับนั่งดูเครดิตจนจบ นั่งซึมซับความคิด ไอเดียและความรู้สึกที่พบเจอ เกมที่ดีสำหรับผม ไม่ใช่แค่เกมที่มอบความสนุกเพลิดเพลิน แต่เป็นเกมที่ทำให้ผมแคร์ ทำให้ผมรักโลกของมัน รักคาแรคเตอร์ของมัน ให้การอำลา ไม่ใช่แค่เออสนุกจัง แล้วก็กดข้ามเครดิตปิดเกมนอน แต่มอบความรู้สึกให้กับผม ทั้งสุข และเศร้า ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วครู่ที่สองสามชั่วโมงก็หายไป แต่เป็นความรู้สึกประทับที่จะตราตรึงกับผมไปอีกนาน และนั่นคือสิ่งที่ Life is Strange มอบให้กับผม

(บทความเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเกม Life is Strange, The Walking Dead Season 1-2, Game of Thrones และภาพยนตร์ Lucy)

อ่านต่อ

[Review] The Legend of Zelda: Breath of the Wild – Undoubtedly A Masterpiece

ใครจะไปคิด ว่านินเทนโดจะสามารถปลุกชีพซีรีส์เก่ากึกอย่าง The Legend of Zelda ให้คืนฟอร์มกลับมาลงคอนโซลได้อย่างยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ท่ามกลางการขับเคี่ยวต่อสู้อย่างเข้มข้นของตลาดเกม AAA ในปัจจุบัน

BOTW-Share_icon.jpg

การทิ้ง formula ของการลงดันเจี้ยนซึ่งเป็นเอกลักษณ์และจุดขายสำคัญของเกมไป อาจจะเป็นการตัดสินใจที่สุ่มเสี่ยง สำหรับสิ่งที่ดีและสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว จะไปแก้ไขอะไรมันทำไม ในเมื่อมันไม่มีอะไรต้องแก้ แต่ในทางกลับกัน การตัดสินใจที่บ้าบิ่นครั้งนี้ มันเป็นการทลายขนบธรรมเนียมและทดลองก้าวกระโดดไปในทิศทางใหม่ ซึ่ง BOTW กับการก้าวสู่การเป็นเกม open world sandbox คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

อ่านต่อ

9 อันดับเกมยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ของข้าพเจ้า

final-fantasy-xv-noctis-gladio-ignis-prompto

ปีที่แล้วจัดอันดับ 5 เกมในดวงใจไปแล้ว ขี้เกียจนะ แต่ปีนี้ก็ไม่อยากจะเลิกไปดื้อๆ ปีนี้เกมดีๆก็เยอะอยู่ อยากจัดอีกเหมือนกัน คอนเทนต์บล็อกเราก็แทบจะไม่มีห่าอะไรแล้ว ก็ต้องวนเวียนอยู่แค่นี้แหละ อัพงานหนังสือ อัพรูปไปเที่ยว สัพเพเหระนิดหน่อย แล้วก็จัดอันดับไรงี้ ปีที่แล้วเลือกมาแค่ 5 อันดับ สาเหตุนึงคงมาจากเรานั่งเขียนเอาคืนวันที่ 31 ธันวาแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมง ไม่สิ นาทีก็จะขึ้นปี 2016 แล้ว เราก็เลยอยากเขียนและโพสให้ทันก่อนจบปี 2015 เลขมันจะได้สวยๆ

ปีนี้วงการเกมเราค่อนข้างคึกคักเลย เกม AAA เทพๆ เกมอินดี้ดีๆมีให้เล่นเพียบ ถามว่าได้เล่นหมดเลยมั้ย ไอ้พวกเกมแนะนำ เกมโหดๆปีนี้น่ะ ไม่หรอก ตอนแรกอยากจะเขียน 10 อันดับ แต่พอเราลองลิสต์ชื่อเกมที่ชอบปีนี้ไปเรื่อยๆเตรียมเอามาเรียงลำดับ ปรากฎว่านึกออกแค่ 9 เองว่ะ เรามั่นใจว่าลิสต์เราคงใหญ่กว่านี้นะ และเกมอย่าง Firewatch, Inside, Fire Emblem หรือ The Last Guardian ก็น่าจะติดโผของเราด้วย ติดที่ว่าเรายังไม่ได้เล่นเกมที่กล่าวมานี่ซักเกมเลยนี่ดิ ต่อให้เทพระดับไหน ถ้าเราไม่ได้เล่นด้วยตัวเอง เราจะจัดอันดับลงบล็อกตัวเองทำห่าอะไรล่ะ ก็อปลิสต์ชาวบ้านมาแปลก็จบ เพราะฉะนั้นก็เอามาแค่ 9 ละกัน ไม่ต้องครบ 10 ก็ได้ จะตัดให้เหลือ 5 แบบปีที่แล้วก็ไม่เอา เพราะเกมที่อยากจะพูดถึงด้วยมันจะหายไป

อีกอย่างที่อยากพูดให้เคลียร์คือไม่ได้จัดอันดับเกมยอดเยี่ยม เกมดีเด่นของปีนี้นะ ไฮไลท์อยู่ที่คำว่า “ของข้าพเจ้า” เพราะงั้นถ้าเห็นเกมที่ชอบอันดับต่ำ หรือเกมที่ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้นอยู่สูงหน่อย ก็ไม่ต้องมาเดือดดาลโวยวาย คือจัดอันดับเกมตามความชอบส่วนตัว ย้ำว่าส่วนตัวเว้ย เกมดีไม่ดีไม่รู้ แต่ถ้ากูชอบตำแหน่งมันก็สูงอ่ะ ปัจจัยย่อยของตัวเองทั้งนั้น รสนิยมคนเรามันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องมาด่าด้วย

เอ้า เริ่ม

อ่านต่อ