The Mighty Thor #1 – The Galactus Seed : The Silence

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จุดเริ่มต้นศึกระหว่างเหล่าแอสการ์ดและกาแลคตัส!!!

โบสถ์แห่งหนึ่งใน Broxton, Oklahoma…หลวงพ่อไมค์กำลังทักทายผู้เดินทางเข้ามาฟังเทศน์วันอาทิตย์

หลวงพ่อ : อรุณสวัสดิ์ทุกๆคน กระเถิบเข้าไปหน่อยพวก มีที่พอสำหรับทุกคนที่อยากฟังข่าวดีน่า

หลวงพ่อ : มากันเยอะนะวันนี้ ได้ยินมาว่าพวกลูกส่วนใหญ่กำลังกังวลกับ…”เพื่อนบ้าน”ของเราอย่างที่พวกลูกเรียกพวกเขากันล่ะสินะ พวกลูกหลายคงก็กังวลกับวันสิ้นโลกซึ่งช่วยเชื่อมศรัทธาของเราประมาณนั้น

หลวงพ่อ : เอาล่ะ เอาล่ะ มาพูดกันเรื่องจุดจบของโลกกันดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ความเงียบ…”

ซิลเวอร์เซิฟเฟอร์กำลังจ้องมองซากปรักหักพังของดวงดาวร้างที่กำลังพังทลาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“การตายเป็นอะไรที่ซึ่งข้อยกเว้น”

“มันรอคอยทุกชีวิต”

“ข้าได้รับมรดกแห่งพลังคอสมิค ข้าปล้นสะดมดาวเคราะห์ดวงนี้”

“เพื่อผู้อยู่อาศัยเพียงหนึ่งเดียว…กาแลคตัส”

Surfer : ตามข้ามา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Galactus : เยี่ยมมาก ผู้นำสารของข้า

“กาเลคตัส ผู้ทำลายล้างดาวเคราะห์ ขับเคลื่อนด้วยความหิวโหยที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งมีเพียงสิ่งเดียวที่สยบความหิวกระหายของเขาได้…พลังงานจากดาวเคราะห์”

“ลองจินตนาการความหิวโหยที่มากประมาณ จินตนาการใจที่ไม่รู้จักคำว่าพอ”

“จินตนาการปัญญาที่มากล้นจนสามารถทำลายได้ทุกชีวิต”

“ข้าคือผู้นำสารของเขา ข้าจะไม่มีวันยอมให้เขาทำลายอารยธรรม…ชีวิต

“ข้าค้นหาดาวร้างให้เขา ดาวที่เหมือนดาวดวงนี้ ที่ซึ่งอารยธรรมได้สาบสูญไปหลายพันปี”

“มันเลวร้ายดั่งเพลิงนรก มันต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงมาก”

“ข้าเดินทางเพื่อหาอัญมณีที่หายากเยี่ยงนี้ในนามของเขา”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เขาสูงส่ง น่าเกรงขามและน่าสะพรึงกลัว…และข้าเป็นดั่งทูตของเขา”

“นั่น…ข้าสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ข้างนอกนั่น มีบางสิ่งที่ทรงพลัง”

“ข้าตระหนักได้ทันที…พลังอำนาจมหาศาลที่จะหยุดความหิวโหยของเขาได้อย่างยาวนาน”

“ข้าจำต้องไป มิเช่นนั้นแล้ว…ทุกสิ่งจะต้องถูกทำลาย”

“ข้าคือซิลเวอร์เซิฟเฟอร์ ผู้นำสารแห่งกาแลคตัส มิใช่ผู้นำสารแห้งความตาย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลวงพ่อ : มันเป็นธรรมดาเมื่อคนเราเวลาจะตายก็มักจะแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วนึกอยู่ในใจว่าใครกันหล่ะที่รับผิดชอบเรื่องพวกนี้ แล้วถามว่า “แล้วไหนล่ะ พระเจ้าของเรา”

หลวงพ่อ : มันไม่มีหรอก พวกที่ไม่นับถือพระเจ้าหน่ะ ในโพรงหมาจิ้งจอก เหตูรถชน ใน Broxton, Oklahoma

พลวงพ่อ : พระเจ้า/เทพ พ่อใช่ทั้งชีวิตของพ่อ มองหาพวกเขา อ้อนวอนพวกเขา ทำงานของพวกเขา แต่ตอนนี้ พ่อใช้ชีวิตห่างสามไมล์จากเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าทวยเทพ จะบอกให้นะลูก พ่อหลับไม่ลงเลยละ

หลวงพ่อ : หัวพ่อแล่นทั้งคืน มีแต่คำถาม เทพองค์เล็ก? เทพองค์ใหญ่? พ่อไม่รู้ พวกแอสการ์ดเดี้ยนเป็นเทพรึเปล่า คนส่วนใหญ่ก็ว่ามไม่…แต่ถ้าใช่หล่ะ แล้วพระเจ้าของเราไปอยู่ไหนล่ะ พระเจ้าที่เราศรัทธา ใครเป็นพระเจ้าของใครกันแน่ ถ้าพวกเขาเป็นพวกเดียวกันหล่ะ? ใครจะเป็นผู้แพ้ผู้ชนะ?

หลวงพ่อ : รู้สึกต่ำต้อยไหมล่ะ รู้สึกไร้ค่ามั้ยล่ะ ในโลกที่มีแต่เหล่าเทพเดินไปมา เรามันเล็กกะจ้อยร่อยแค่ไหนในสายตาของพวกเขา เขามองเราอยู่รึเปล่า เขาต้องการอะไรจากเรา และพวกเขามาจากไหนกันแน่…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แอสการ์ด

“เดอะเวิล์ดทรี…อิกดราชิล ถูกทำลาย แยกเป็นสองส่วน การเชื่อมต่อระหว่างแอสการ์ดและอีกแปดโลกถูกตัดขาดและยังคงพ่นแสงเหลวแห่งอวกาศและเวลาออกมา”

“ความหายนะเยี่ยงนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การช่วยเหลือฉุกเฉินเริ่มขึ้นแล้ว…”

Odin : พวกเขาลงไปลึกแค่ไหนแล้ว?

เอลฟ์ : 6,600,958 ลีกขอรับ ท่านโอดิน (1 ลีกเท่ากับ 3 ไมล์ครับ)

Odin : อืมม…ดี งั้นก็จวนจะถึงรากแล้ว

ทอร์และซิฟกำลังว่ายลงไปเบื่องล่าง

“ตามคำสั่งของโอดิน ข้าและซิฟจำต้องแหวกว่ายลงสู่เบื้องล่างโดยมีโซ่เวทย์มนตร์เชื่อมระหว่างกันและกับ

แอสการ์ดเบื้องบน…ในภารกิจเพื่อปกป้องเวิล์ดฮาร์ทที่รากของอิกดราชิล”

Sif : ทอร์!!! ข้างหน้านั่น!!!

Thor : เดินหน้าต่อไป!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่สิ่งที่พวกเขาเจอกลับกลายเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหนอนหลายตัว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แด่แอสการ์ด!!!!!”

ทั้งสองพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดอย่างกล้าหาญ (ตามสไตล์แอสการ์ดเดี้ยน)

ซิฟเกือบโดนแดร๊กแล้ว แต่ทอร์ก็เขวี้ยงค้อนคู่ใจเข้าใส่สัตว์ประหลาดตัวนั้น

ขณะที่เธอกำลังใช้ดาบจ้วงไอ้ตัวที่จะแดร๊กเธออย่างเมามันส์นั้นเอง สัตว์ประหลาดอีกตัวก็พุ่งเข้าใส่

และเขมือบซิฟเข้าไป!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้างบนแอสการ์ดขณะนั้นเอง

หมูน้อย : พวกเขายังเถียงกันอยู่ใช่ป่าว

พิกซี่น้อย : แน่อยู่แล้ว นายเชื่อใจเขามั้ยล่ะ

หมูน้อย : ไม่อยู่แล้ว

ช่างตีเหล็ก : นี่มันโรงตีเหล็กของข้า ข้ามีสิทธิ์เลืกว่าจะทำงานให้ใครนะ

โลกิ : ข้าก็จ่ายเจ้าสำหรับหมวกเหล็กนั่นแล้วนิ เจ้าตั้งราคา–

ช่างตีเหล็ก : ราคาที่ยุติธรรม

โลกิ : ใช่ ราคาที่ยุติธรรม แล้วข้าจะเอาของๆข้าได้ยังอ่ะ

ช่างตีเหล็ก : ของๆข้าต่างหาก มันยังไม่เป็นของเจ้า ครั้งสุดท้ายที่พวกเราเห็นเจ้า เจ้าก็เป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบที่ทำลายแอสการ์ดของเรา เจ้ามันคือโลกิ จอมเจ้าเล่ห์ วอริเออร์ทรี พวกเจ้าเชื่อเขามั้ย?

ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว เหล่านักรบตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ ยกเว้นฟานดราล

ฟานดราล : โถ่ ท่านช่างตีเหล็ก เขาเป็นแค่เด็กนะ เขะจะทำอันตรายอะไรได้ แต่ทอร์กับซิฟก็ยังอยู่ข้างล่างนั่นอยู่เลย ถ้าเจ้าหนูนี่ลงไปล่ะก็ เขาได้ตายอีกรอบแน่

โลกิ : คุณช่างตีเหล็กครับ พี่ชายของข้ากำลังอยู่ในอันตราย ข้าบอกไม่ได้หรอกว่ารู้ได้ยังไง แต่ข้ารู้ ขอร้องล่ะท่าน ให้โอกาสข้าได้ช่วยเหลือพวกเขา

ซึ่งช่างตีเหล็กก็ใจอ่อนยอมตกลง (เพราะเอ็งตีหน้าเศร้าหรอกน่า!) ทุกคนจึงแหวกทางให้โลกิ เดินไปที่หลุมนั่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Odin : มีโซ่แค่เส้นเดียวไอ้หนู เจ้าไม่มีทางขึ้นได้หรอก

โลกิ : ทอร์จะอุ้มข้าขึ้นมา

Odin : แน่ใจหรือ เจ้าคงหาเขาเจอหรอกนะ

โลกิโดดลงไป

โลกิ : ข้าเห็นมันในฝันหน่ะ

ทอร์โดนอสูรกายรัดไว้ราวกับงูเหลือมกำลังจะกินเหยื่อ ซิฟพยายามเข้าไปช่วยแต่โดนมันรัดไว้เช่นกัน

โลกิว่ายเข้าไปช่วย!!! (มันดูเป็นพระเอกมากเล่มนี้)

โลกิ : เป็นไงบ้างพี่ชาย รู้มั้ย ข้าฝันว่าเจ้าตายเพราะรอยแผลที่เกิดจากแสงพวกนี้ด้วย ข้าเลยมาช่วยไง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พวกเขาลงมาถึงรากแล้ว…

Thor : ข้าเห็นมันแล้ว ข้าเห็นเวิล์ดฮาร์ท

Thor : อุ้มโลกิให้แปปนะ ข้าจะไปเอามัน

“มันเคยเกิดขึ้นมาก่อน ในจุดเริ่มต้นของทุกๆสิ่ง”

“มันคือแสงที่ไม่มีความร้อน เสียงที่ราวกับสัมผัส กาลเวลาเริ่มต้นขึ้น”

Odin : บิดาของข้าพบเมล็ดนี่ ขนาดเท่าหัวเจ้า(ทอร์)ตอนนี้เลย

“และมันก็เติบโตเป็นต้นไม้แห่งแสง…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พวกเขาขึ้นมาได้สำเร็จพร้อมกับเวิล์ดฮาร์ท และมอบมันให้กับโอดิน

Sif : ทอร์..เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า

Thor : ข้าไม่เป็นไรหรอกซิฟ

Sif : ชาวแอสการ์ดรวมตัวกันเฉลิมฉลองให้เจ้าอยู่นะ ที่เจ้านำเวิล์ดฮาร์ทกลับออกมา แต่เจ้ากลับไม่มาร่วมงานด้วย ไม่ใช่ที่เพราะเจ้าไม่ยอมไปฉลองหรอกนะ แต่ที่เจ้าเดินหนีออกมาจากข้าหน่ะ เจ้าดูไม่เป็นตัวเองเลยนะ   ทอร์…เจ้าบาดเจ็บหรือ?

Thor : ข้า..ข้า…ข้าไม่รู้ เจ้าสิ่งนั้นมันแทบจะผ่าท้องข้าออกมาเลย แทนที่จะเลือดออก..มันกลับเรืองแสงแทน มันเป็นบาดแผลแบบไหนกันแน่นะ? มันไม่มีอะไรดีแน่ที่เมล็ดนั่นมันมาอยู่ที่นี่ ไม่มีเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

??? : หลวงพ่อไมค์คะ

หลวงพ่อ : นาตาลีหรอกหรือ ยังไม่กลับบ้านอีกหรอ

นาตาลี : ปล่าวคะ หนูกลับไปเก็บของแล้วรอบนึง แต่อยากมาทำสมองให้โล่งกับมองแสงที่แอสการ์ดนั่น แล้วหนูก็นึกขึ้นได้ เราจะตามมั้ยคะ พระเยซูจะปกป้องเรามั้ย

หลวงพ่อ : นาตาลี…เราทุกคนต้องตาย และพระเยซูท่านไม่ได้ปกป้องเรา แต่ทำให้เราแข็งแกร่งต่างหากล่ะ

นาตาลี : เราจะรู้ได้ไงละคะ ว่าเขาอยู่ข้างนอกนั่น เราจะรู้ได้ไงว่าที่เราสวดมนต์ภาวนานั้นไม่ใช่การพูดกับตัวเอง

หลวงพ่อ : นาตาลี ไม่เป็นไรหรอกน่า หายใจลึกๆ นั่นหล่ะคือสิ่งที่เราถูกสอนกันมาให้เรามีความศรัทธายังไงล่ะ พ่อก็ไม่รู้หรอกนะว่าโลกเริ่มต้นยังไง และพ่อก็ไม่รู้ว่ามันจะจบยังไง แต่พ่อรู้อยู่อย่างนึง…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จำเอาไว้เลยนะ นาตาลี…เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง…”

ซิลเวอร์เซิฟเฟอร์ยืนแน่นิ่ง จ้องมองโลกของเรา…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้…….

กร็ดเล็กน้อย

  • เวิล์ดทรีถูกโจมตีจนอยู่ในสภาพนี้เนื่องจากศึกล่าสุดกับพวกเวิลด์อีทเตอร์
  • ซิลเวอร์เซิฟเฟอร์เลิกเป็นผู้นำสารของกาแลคตัสพักนึงแล้ว จนกระทั่งสงครามแอนนิฮิเลชั่นที่เซิฟเฟอร์ไปขอความช่วยเหลือจากกาแลคตัส โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าจะยอมกลับไปเป็นลูกน้องของกาแลคตัสอีกครั้ง
  • เซิฟเฟอร์เป็นพวกรักสงบแล้ว จะหาเฉพาะดวงดาวที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยให้กาแลคตัสเท่านั้น ซึ่งเหตุผลที่เซิฟเฟอร์เลือกโลกเป็นเป้าหมายต่อไปนั้นต้องติดตามเล่มหน้าครับ
Advertisements

8 คิดบน “The Mighty Thor #1 – The Galactus Seed : The Silence

  1. ฮีโร่ยิ้มเเก้มปริเลยมีกระสอบมาให้ต่อย
    ซิลเวอขอความช่วยเหลือกาเเลคตัสเรื่องไรครับ

  2. @ comic

    เหตุการณ์ Annihilation (เกิดช่วง Civil War ของโลก) ก่อโดยแอนนิฮิลัสจากเนกาทิฟโซน โดยหวังจะทำลายทุกชีวิตยกเว้นของมัน (เกรียนมาก) ซึ่งพวกมันก็เดินสายทำลายดาวเคราะห์ต่างๆ (รวมทั้งของโนวาคอร์ปและของพวกสกรัลซึ่งเป็นเหตุให้พวกมันต้องการยึดโลกใน Secret Invasion) ซิลเวอร์เซิฟเฟอร์ตอนนั้นก็ไม่มีสังกัด ตัดขาดจากกาแลคตัสแล้วจึงเดินทางเร่ร่อนไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนดีจึงอยากเข้ามาช่วย แต่เนื่องจากความสามารถและจำนวนที่น้อยกว่าหลายขุมจึงสู้เวกมันไม่ได้ เขาเลยไปขอความช่วยหลือจากกาแลคตัส แต่เฮียเขาก็มีข้อแลกเปลี่ยนคือต้องยอมกลับไปรับใช้เขาอีกครั้ง (อ้างว่าคนไหนๆก็สู้เซิฟเฟอร์ไม่ได้) เมื่อสิ้นสุดสงคราม เซิฟเฟอร์จึงต้องกลับไปรับใช้กาแลคตัสอีกครั้ง แต่จะหาแค่ดาวที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยให้เพราะบอกว่าไม่อยากทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์

  3. จัยจ้า
    กะพึงรู้นะกาเเลคตัสเคยช่วยคนอื่นด้วยถึงมีเหตุผลอื่น
    Annihilationเจออีเว้นน่าสนจัยอีกเเละต้องไปหาดูเเละ

  4. เล่มนี้ ยังไม่ซัดกันเลย โลกิในร่างเกิดใหม่ น่ารักแฮะ 55+

    รอติดตามเล่มต่อไป แต่เซิฟเวอร์ เท่มาก

  5. Pingback: ถึงปี 2011 จะผ่านไปแล้ว…ลองหันกลับมาดูกันเถอะ! « BaaMzS' Blog: Little Blog of Spoiled comics

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s