Guardians of the Galaxy #0.1 – Origin of Star-Lord

Guardians of the Galaxy #0.1 – Origin of Star-Lord

เรื่อง : Brian Michael Bendis

ภาพ : Steve McNiven

วางจำหน่าย: 27 กุมภาพันธ์ 2013

สำนักพิมพ์ : Marvel Comics

cover

 

 

การกลับมาของทีมซูเปอร์ฮีโร่ที่เจ๋งที่สุดในกาแล็กซี่! ทีมการ์เดี้ยนออฟเดอะกาแล็กซี่กลับมาอีกครั้งกับสมาชิกคนใหม่ล่าสุด….Iron Man! แต่ในเล่มนี้ ก่อนจะไปบู๊กันมันส์สนั่นโลกา เราคงต้องย้อนกลับมาถึงจุดกำเนิดของเขาผู้นี้กันก่อน เขาผู้ซึ่งมีมุมมองและวิสัยทัศน์อันก้าวไกล เขาผู้เป็นผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมสละชีวีเพื่อลูกน้อง เขาผู้นั้นก็คือ Star-Lord หัวหน้าทีมและผู้ก่อตั้ง Guardians of the Galaxy ครับ

 

30 ปีก่อน….

1

 

“ไม่”

“ไม่ค่ะแม่”

“หนูบอกแล้วไงหนูเลิกกับเขาแล้ว!”

2

 

 

Meredith: ไม่ หนูจะไม่โทรหาเขา หนูอยู่คนเดียวอย่างนี้สบายดีแล้ว ไม่

 

Meredith: ไม่! แม่รู้มั้ยหนูเจ็บใจแค่ไหนที่แม่ของหนูเองกลับไปเข้าข้างไอ้หมอนั่นไม่ใช่หนู!

 

SCRASSH!! มัวแต่คุยเพลิน เมเรดิธไม่รู้เลยว่ามีย่นอวกาศกำลังทะยานลงมา กว่าจะรู้อีกทีมันก็พุ่งลงไปอยู่ที่สวนหน้าบ้านของเธอแล้ว!

3

 

เมื่อฝายานเปิดออก ก็มีชายผมทองปีนออกมา

Meredith: โอ้พระเจ้า! คุณยังไม่ตายใช่มั้ย? อย่าพึ่งตายนะ…

Meredith: คุณมาจากกองทัพอากาศหรอ? แต่ให้ตายสิฉันไม่เคยเห็นยานหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลย

 

Meredith: เฮ้คุณได้ยินฉันมั้ย?

 

Meredith: ขอบคุณสวรรค์ คุณยังไม่ตาย

 

แต่อยู่ๆชายปริศนาก็ยกปืนขึ้นมาจ่อที่เมเรดิธ

Meredith: ฉันคนอเมริกันค่ะ!! อเมริกันทั้งดุ้นเลย!! หรือคุณไม่ใช่คนอเมริกัน!!??

 

ชายปริศนาพูดภาษาประหลาดออกมา (ผมแปลไม่ออกฮะ) แล้วก็ผลอยหลับไป..

4

 

นอนบนเตียงหนานุ่มอุ่นสบายได้ซักพัก ชายปริศนาก็ตื่นขึ้นมา

Meredith: เอาล่ะ ฟังฉันนะ…

 

Meredith: ฉันมีโทรศัพท์อยู่ในมือ เห็นมั้ย? ฉันจะโทรเรียกทางการก็ได้

Meredith: แต่…ตลอดทั้งชีวิตนี้ ฉันพยายามหลีกหนีออกมาจากปัญหาและพยายามใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสงบ อยู่เงียบๆอย่างนี้

Meredith: ฉันจึงไม่ต้องการ ฉันไม่ต้องการจริงๆ ที่จะให้พวกนักข่าว ทหาร กองทัพอากาศ หรือใครก็ตามในโลกใบนี้แห่กันมาที่บ้านฉันเพื่อดูความวินาศสันตะโรที่คุณก่อที่สวนหน้าบ้านของฉัน

Meredith: แต่ฉันอาจจะเป็นต้องทำ เพราะอยู่ๆคุณก็เอาปืนมาจ่อกบาลฉัน!

 

???: เจ้าพูดภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษของโลก ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันของโลก

???: ข้าอยู่ไหนเนี่ย?

Meredith: เอ่อ โคโลราโด้ เขตเทือกเขาร็อกกี้

 

???: ทหารของดาวเจ้าคงไม่สามารถตรวจพบการลงจอดของข้าหรอก

 

Meredith: โอเค ทีนี้ฉันต้องการให้คุณเอายานหน้าตาประหลาดนั่นออกไปจากสวนของฉันโดยที่ไม่ปั่นป่วนวุ่นวายน่ะ ทำได้มั้ย?

 

???: โลก….มีใครตามข้ามารึเปล่า?

Meredith: ตามคุณเหรอ? ก็ไม่นี่

???: ดีเลย เจ้าชื่ออะไรล่ะชาวโลก?

 

Meredith:ชาวโลก??’ ฉันชื่อเมเรดิธ คุณถูกใครตามมาล่ะ?

???: ชั้นบรรยากาศที่นี่หนาดีแฮะ

Meredith: ว่าแต่คุณชื่ออะไรน่ะ?

5

J’son: ข้าชื่อ J’son  แห่ง Spartax

J’son: เจ้ามีความเมตตากรุณายิ่ง ข้าหวังว่าซักวันข้าคงสามารถตอบแทนเจ้าได้

 

Meredith: คุณเป็นนักบินหรอ?

J’son: ข้ามาจากสปาร์แท็กซ์ ข้าครองบัลลังก์อยู่ที่นั่น

Meredith: หมายความว่า— หมายความว่าไง?

 

เจสันจึงชี้นิ้วขึ้นฟ้า เมเรดิธจึงเก็ทว่าแล้วว่าเขาไม่ได้มาจากโลก

(ดูหน้าหงายเงิบของเธอสิ….)

 

J’son: ข้าต้องรีบซ่อมยาน และกลับไปหาประชาชนของข้าให้เร็วที่สุด

Meredith: ล้อกันเล่นใช่มั้ย? คุณมาจาก— มาจากอวกาศหรอ?

J’son: ข้ามาจากสปาร์แท็กซ์ ข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใชรึ

 

J’son: เจ้าเก็บอาวุธของเจ้าไปเถอะ ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก

Meredith: แล้วสปาร์แท็กซ์นี้คือ— ดาวเคราะห์อีกดวงหรอ?

J’son: ข้ารู้เรื่องนี้มันเข้าใจยากสำหรับเจ้า

Meredith: ไม่ ไม่ หมายถึง…ใช่ มัน….ว้าว

 

Meredith: แล้วคุณต้องการกล่องเครื่องมือหรืออะไรมั้ย?

J’son: เจ้าเป็นชาวโลกที่ตลกดีนะ ไม่ต้องหรอก ข้ามีของข้าอยู่แล้ว แต่คงต้องใช้เวลาซักหน่อย

 

Meredith: ‘ชาวโลก’

6

 

 

ทั้งสองจึงได้ใช้เวลาร่วมกัน ซ่อมยาน คุยเล่น ดูดาว ทำนู่นทำนี่สารพัด จนเริ่มก่อกำเนิดเป็น……ความรัก

7

 

ทั้งคู่มองตา เมเรดิธเอื้อมมือออกไปดึงเจสันเข้ามาใกล้ๆ ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม และสุดท้าย….ก็ได้กันในที่สุด 😀

8

 

เช้าวันต่อมา เมเรดิธตื่นขึ้นมาและสังเกตเห็นว่าเจสันไม่อยู่บนเตียง

เธอลงมาจึงพบกับเขาในชุดนักบินเต็มยศ

 

Meredith: เกิดอะไรขึ้น?

J’son: มันถึงเวลาแล้ว

Meredith: ถึงเวลาสำหรับอะไร?

 

J’son: สำหรับข้าที่จะกลับบ้าน

 

Meredith: ยานซ่อมเสร็จแล้วหรอ?

J’son: ความจริงมันซ่อมเสร็จมาซักพักนึงแล้วล่ะ แต่ข้าเลือกที่จะอยู่กับเจ้าต่อ

 

Meredith: อยู่กับฉันต่อเถอะนะ
J’son: ข้าต้องไปแล้วจริงๆ ตอนนี้มันช่วงสงคราม คนของข้าต้องการข้า

 

Meredith: งั้นพาฉันไปด้วยสิ

9

 

 

J’son: ตลอดเวลาที่ข้าอยู่ที่นี่ ข้าไม่ได้ถึดถึงอะไรเลยนอกจากเจ้า มันช่างเป็นอะไรที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก

Meredith: ทำไมล่ะ?

J’son: ข้า ไม่สิ คนของข้ากำลังต่อสู้กับศัตรูอันชั่วร้าย

J’son: ข้าไม่อาจพาเจ้าเข้าไปเสี่ยงด้วยได้

 

Meredith: แสดงว่าคุณมีลูกมีเมียอยู่ที่นู่นแล้วสิ

 

J’son: ข้าไม่มีหรอก ฟังนะ เจ้าไม่รู้…ไม่สิ…ไม่มีใครบนโลกของเจ้ารู้หรอกว่าข้างนอกนั่นเกิดอะไรขึ้น พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่ากาแล็กซี่กำลังเผชิญกับอะไร ใจจริงแล้วข้าอยากอยู่ที่นี่ต่อมาก

Meredith: แต่คุณก็อยู่ต่อไม่ได้

J’son: ข้าจะพยายามกลับมาหาเจ้าให้ได้

 

Meredith: แล้วคุณอยากได้ปืนของคุณกลับมั้ย? ที่ฉันแอบซ่อนไว้น่ะ

J’son: เจ้าเก็บไว้เถอะ

Meredith: โรแมนติกเหมือนกันนะเราเนี่ย

J’son: แน่อยู่แล้ว มันออกแบบมาสำหรับข้าเท่านั้น ไม่มีปืนกระบอกไหนเหมือนมันเลยล่ะ

 

ทั้งคู่จูบลากัน และเจสันก็เดินกลับไปที่ยานของเขา

Meredith: ไม่อยากจะเชื่อเลย….

10

 

 

ยานของเจสันลอยขึ้นจากพื้นช้าๆ ก่อนจะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าและบินลับหายไป

 

เมเรดิธยืนมองอยู่ห่างๆขณะลูบพุงไปด้วย และเธอก็ทำหน้าตื่น ให้ตายเถอะเดี๊ยนท้องงงงงง

(น้ำเชื้อชาว Spartoi ช่างรุนแรงเสียจริง คืนเดียวเล่นซะพุงเริ่มโตเลย 🙂 )

11

 

 

20 ปีก่อน

Meredith: Peter Quill!

 

Meredith: ลูกทำการบ้านเลยรึยัง?

Peter: ผมกำลังพักเบรกอยู่ฮะ

 

Meredith: แม่บอกว่าไงเรื่องการอ่านไอ้หนังสือไร้สาระนี่

Peter: มันไม่ใช่หนังสือไร้สาระนะ ผมกำลังอ่าน แต่บอกให้เราส่งเสริมการอ่านนี่

 

Meredith: นี่มันไม่ใช่การส่งเสริมการอ่านที่ถูกต้อง

Peter: แม่ต้องลองอ่านดู มันสุดยอดไปเลยนะ มันจะ—

Meredith: กลับไปทำการบ้าน!

Peter: โถ่…

 

Meredith: พอทำการบ้านเสร็จลูกว่าเราควรไปทำอะไรกันดีล่ะ?

Peter: ผมจะอ่านการ์ตูนครับ

Meredith: นี่คืนวันศุกร์นะ

Peter: เราอยู่ห่าง 22 ไมล์สจากทุกที่และทุกคนนะครับ

 

Meredith: ว้าว

Peter: ทำไมฮะ

Meredith: อยู่ๆลูกก็ดูเหมือนพ่อขึ้นมาเลยแฮะ

 

ปีเตอร์มองแม่เขาตาขวาง

 

12

 

 

Meredith: แม่ไม่ได้ว่านะ

 

Peter: ผมไม่มีพ่อ แม่ก็รู้ว่าผมไม่มีพ่อ และแม่ก็รู้ด้วยว่าผมไม่ชอบเวลาแม่พูดอะไรแบบนี้!

Meredith: ลูกมีพ่อนะ ปีเตอร์

Peter: หรอ? อยู่ไหนล่ะ? แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ?

 

Peter: โอ้พ่อ! พ่ออยู่บนนั้นรึเปล่า?

Meredith: หยุดได้แล้ว

 

Peter: แม่สิหยุดได้แล้ว ผมบอกว่าอย่าพูดเรื่องพ่อ ให้ตายเหอะ!

 

และเขาก็เดินหนีไป ปล่อยให้แม่ของเขายืนเศร้าอยู่คนเดียว

13

 

 

 

วันต่อมา ปีเตอร์กับเพื่อนก็กำลังนั่งคุยเล่นกันจนกระทั่งพวกเขาเห็นแก็งค์เด็กกลุ่มนึงกำลังแกล้งเด็กผู้หญิง

Coogan: แกมาจากไหนก็กลับไปที่นั่นซะ! ที่นี่มัน อะ-เม-ริ-กา ว้อย!

 

Peter’s Friend: เลวว่ะไอ้หมอนี่

Peter: มันกำลังจะทุบเธอแล้ว

Peter’s Friend: เฮ้ยไปตามครูกันเหอะ

 

Coogan: เอ้ากลัวล่ะสิ กลัวละสิ!

Girl: หยุดนะ!

14

 

 

Peter: ทำไมแกต้องเป็นแบบนี้ตลอดเลยวะคูแกน?

Coogan: แล้วแกยุ่งอะไรวะไอ้เนิร์ด?

Peter: ปล่อยเธอไป

Coogan: ทำไมล่ะ? อ๋อ…แกชอบมันล่ะสิ

 

Coogan: แกอยากจู๊จุ๊บมันสิท่า

Peter: ไม่ แต่รู้สึกว่าคนที่อยากจูบเธอจะเป็นแกนะไอ้เห่ยเอ๊ย

 

คูแกนจึงผลักปีเตอร์ไปหนึ่งที

Coogan: แกเรียกฉันว่าไงนะ?

Peter: ลองไปหาหมอให้เขาดูดไขมันออกจากหูแกบ้างนะ เผื่อแกจะได้ยินคนอื่นพูดชัดหน่อย

 

คูแกนผลักปีเตอร์อีกที

Coogan: แกว่าไงนะ?

Peter: ฉันบอกว่า—

15

 

 

BITCH SLAP!

ปีเตอร์ตบคูแกนเข้าอยากจัง จนหัวของมันปลิวไปชนกับเสา แรงมากจนเสียงดังออกมาเป็นชื่อของวายร้ายอเวนเจอร์คนนึงเลย (KANG)

(หากไม่เก็ทก็…….กลับไปอ่านสปอยต่อกันเถอะ…..)

 

ปีเตอร์กระโดดขึ้นคร่อมคูแกนต่อทันที (อู้วววว 🙂 ) และเริ่มละเลงหมัดเข้าใส่

แต่คุณครูก็วิ่งเข้ามาห้ามซะก่อน

 

Teacherควิลล์!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!

Peter: แกอย่าแตะต้องใครอีก! เข้าใจมั้ยคูแกน!!

16

 

 

Meredith: หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ มีเรื่องอีกแล้วหรอปีเตอร์

Peter: ไอ้หมอนั่นมันแกล้งเด็กผู้หญิงน่ะครับ แต่กลับไม่มีใครช่วยเธอเลย

Meredith: แล้วลูกล่ะเจ็บตรงไหนรึเปล่า

Peter: ไม่ฮะ

 

Meredith: ไปล้างมือซะข้าวเย็นจะเสร็จแล้ว

ปีเตอร์เดินคอตกกลับเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ทันสังเกตเลย ว่าข้างหลังเขานั้นมีแสงสว่างสาดจ้าอยู่ แต่มีเพียงเมเรดิธแม่ของเขาเท่านั้นที่สังเกตเห็น

17

 

 

เธอจึงก้าวออกไปดูใกล้ๆ แสงสว่างก็จ้าขึ้นเรื่อยๆ

Meredith: โอ้พระเจ้า นั่นคุณเองหรอ?

เธอนึกว่านั่นคือเจสันที่กลับมาเยี่ยมนั่นเอง

 

แต่ผู้มาเยือนไม่ใช่เจสัน แถมมันยังมากันถึงสองคน

ในวินาทีนั้น ดูเหมือนเมเรดิธจะรู้แล้วว่านั่นไม่ใช่คนรักของเธอ

???: เจ้าผู้หญิงคนนี้แหละคือ Meredith Quill

18

 

 

เอเลี่ยน Badoon สองตัวปรากฎตัวออกจากเงามืด ในมือทั้งคู่ถือปืนบลาสเตอร์กระบอกโตอยู่ด้วย!

Badoon: สายเลือด Spartax ต้องถูกกำจัด!

 

สิ้นเสียงเจ้าบบบาดูน มันก็เหนี่ยวไกยิงเมเรดิธล้มลงในทันที!

ปีเตอร์ที่ล้างหน้าล้างมืออยู่ก็เกิดเอะใจขึ้นมาจึงเรียกหาผู้เป็นแม่

19

 

 

เอเลี่ยนบาดูนจึงวิ่งเข้ามาในบ้านของปีเตอร์ และปีเตอร์ที่ร้องเรียกแม่แต่ไม่ได้รับเสียงตอบใดๆก็เดินออกมาชะโงกดูจากระเบียง

 

ทั้งสองฝ่าย บาดูนและปีเตอร์ ดันหันมาจ๊ะเอ๋กันพอดี๊พอดี พวกมันเลยเปิดฉากยิงปีเตอร์ในทันที

ปีเตอร์โดนไล่ต้อนไปตามบ้านของตน จนเขาต้องวิ่งเข้าไปหลบในห้องนอนตัวเอง

20

 

 

เจ้าบาดูนตัวเขียวทั้งสองก็ยังตามราวีไม่เลิก แต่ด้วยไหวพริบเอาตัวรอดของปีเตอร์ เขาก็รีบปีนหน้าต่างออกมาจากห้องของตนและปีนต่อไปยังห้องของแม่เขา

 

ปีเตอร์วิ่งไปทางตู้เสื้อผ้าของแม่เขา ควานดูตู้ชั้นบนและหยิบของบางอย่างออกมา เขาคลายผ้าออกมา เผยปืนลูกซอง 1 กระบอกใต้ผ้าผืนนั้น!

 

เอเลี่ยนทั้งสองก็ยังตามปีเตอร์ไม่เลิก คราวนี้มันพังเข้ามาในห้องนอนของแม่เขา แต่ปีเตอร์ไม่ยอมหนี เขาถือปืนกลับตั้งท่าราวกับกำลังรอคอยพวกมันอยู่เลย

21

 

KABLAM!!

ปีเตอร์ยิงปืนออกไป แม้แรงปืนจะทำเขากระเด็นไปข้างหลัง แต่เขาก็พลาดเป้า เพราะเอเลี่ยนทั้งสองได้กลายเป็นศพกองอยู่กับพื้นไปแล้ว

 

แต่ดูเหมือนว่าการที่ปีเตอร์ลอยไปชนกับตู้ของแม่เขานั้น จะทำให้ของบางสิ่งโดนกระแทกร่วงหล่นลงมา

ปีเตอร์เกิดสงสัย จึงค่อยๆยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาและพบว่ามันคือ…

22

 

ปืนของเจสัน พ่อของเขาที่ทิ้งไว้ให้แม่ของเขานี่เอง!

Peter: แม่มีของพรรค์นี้ด้วยหรอ…แล้วมันคืออะไรเนี่ย?

 

ปีเตอร์ค่อยๆไล่นิ้วของเขาไปตามสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์สีเหลือง

แต่เขาก็ต้องหยุดลง เมื่อสังเกตแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาจากประตู ด้วยสัญชาตญาณ เขาจึงเริ่มออกวิ่งไปยังทางออก

23

 

ปีเตอร์วิ่งสุดฝีเท้าออกจากบ้าน ที่บัดนี้…โดนยานอวกาศของพวกบาดูนทำลายราบเป็นหน้ากลองแล้ว

24

 

แรงระเบิดอันรุนแรงดันเอาปีเตอร์ลอยละลิ่วเข้าไปในป่า

เขากระแทกทับต้นไม้แลสลบไป

 

???: แก๊สรั่วหรอ?

???: คุณน่าจะได้เห็นภาพบ้านเขานะ

???: แย่ขนาดนั้นเลยหรอ?

???: ราบเป็นหน้ากลองเลย

???: โถเด็กน้อย…

25

 

 

Nurse: ฉันคิดว่าเขาตื่นแล้วนะ

Nurse: ปีเตอร์? ปีเตอร์อย่าพยายามพูดเลย

Doctor: พยาบาลฮอลโลเวย์ ไปบอกที่เค้าท์เตอร์นะว่าเด็กฟื้นแล้ว แล้วก็พาจิตแพทย์เด็กมาให้ด่วนที่สุดเท่าที่ทำได้เลย

 

Nurse: เธอจำฉันได้มั้ยปีเตอร์ ที่เราเจอกันเมื่อวานน่ะ

Peter: ไม่ได้ฮะ

Nurse: ไม่เป็นไร เธอโดนหนักเหมือนกันนะ จำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น?

 

ปีเตอร์เบือนหน้าหนีเลย

26

 

 

Nurse: เดี๋ยวจะมีคนมาพูดกับเธอนะ ฉันรู้ว่าเธอคงไม่ชอบนะ แต่เธอโชคดีมากที่รอดมาได้

Nurse: โอ้ และอีกอย่างนะ หน่วยกู้ชีพเจอไอ้นี่ในที่เกิดเหตุ คิดว่าเธอคงอยากได้นะ

 

“เรื่องทั้งหมดนี่ ก็แน่ล่ะ ฉันพึ่งมารู้ความจริงเอาที่หลัง”

 

“แต่คำถามคือ….ทำไม?”

“ทำไมแก็งค์เอเลี่ยนพวกนี้ถึงยอมเดินทางข้ามกาแล็กซี่มาเพื่อฆ่าเด็ก 10 ขวบตัวเล็กๆคนนึง?”

27

 

 

Peter: เพราะพ่อของฉันคือมกุฏราชกุมารแห่ง Spartax น่ะสิ

Peter: ส่วนฉันก็คือทายาทของเขา ที่จะขึ้นครองบัลลงก์ต่อจากเขา

Peter: และเขาก็ได้มอบมรดกสิ่งนี้ให้กับฉัน อาวุธแห่งธาตุ ทันทีที่พวกบาดูนรู้เข้า มันก็บุกมาหวังจะฆ่าฉันทันที

 

Peter: หึหึ ที่น่าตลก คือพวกมันคิดว่าพวกมันทำสำเร็จน่ะสิ

Peter: พวกมันคิดว่าฉันตายแล้ว พวกมันคิดว่าพวกมันได้หยุดสายเลือด Spartax แล้ว

 

Peter: ฉันใช้ชีวิตวัยเด็กของฉันที่เหลือในบ้านเด็กกำพร้าแล้วก็บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์สองสามแห่ง แต่ฉันก็หาทางออกอวกาศทันทีที่ทำได้

Peter: ฉันเข้าทำงานกับนาซ่า และสุดท้ายฉันก็ได้ขึ้นมาอยู่ตรงนี้จนได้

 

Peter: ไอ้บาดูนเฮงซวยนั่นฆ่าแม่ฉัน และมันยังพยายามฆ่าฉันอีก

Peter: และพ่อของฉันมันก็ไม่ยอมทำห่าอะไรเลย

Peter: ฉันเลยคิดกับตัวเอง รู้มั้ย? ไอ้พ่อบ้าของฉันจะไปรบในสงครามอันไม่มีวันจบของเขามันก็เรื่องของเขา

Peter: และไอ้พวกบาดูนซังกะบ๊วยนั่นจะบุกไปถล่มทั้งจักรวาลมันก็เรื่องของพวกมัน

Peter: แต่ฉันต้องให้มั่นใจว่าพวกมันจะไม่มาแตะโลกของฉันอีก

28

 

 

Peter: ฉันโคตรเห็นด้วยกับไอเดียนี้เลยว่ะ พวกนายก็คงเห็นด้วยกับฉันเหมือนกัน

Peter: อยากรู้อะไรอีกมั้ยล่ะ สตาร์ก?

 

Stark: ไม่แล้ว สตาร์ลอร์ด นั่นแหละคือทั้งหมดที่ฉันต้องการ

 

Peter: เชียร์ส

Stark: เชียร์ส

Peter: ตกลงนายเอาด้วยนะ?

Stark: โอ้แน่นอนอยู่แล้ว ทีนี้เราเอาไงต่อล่ะ?

 

Peter: ทีนี้เราก็ไปเตะตูดพวกมันกัน..

29

 

 

เกร็ดเล็กๆน้อยๆ: ในฉากแรกของปีเตอร์ในเล่มครับ เราจะเห็นว่าเขากำลังอ่านการ์ตูนอยู่ ซึ่งการ์ตูนที่เขาอ่านอยู่ก็คือ Marvel Premiere #41 ครับ

gred

 

gred2

 

ส่วนใครที่งงๆกับทีมนี้ งงว่า Guardians of the Galaxy คืออะไร สามารถหาคำตอบได้จากบทความของผม:

https://baamzs.wordpress.com/2012/08/10/article-meet-the-guardians-of-the-galaxy/

ในบทความจะเล่าเรื่องราวของทีมตั้งแต่รวมทีมยันยุบทีมเลย และยังมีสรุปอีเวนท์คอสมิคตั้งแต่ Annihilation ถึง Thanos Imperative เลยครับ

 

6 คิดบน “Guardians of the Galaxy #0.1 – Origin of Star-Lord

  1. รออ่านเก็บรายละเอียดแบบนี้แหละ อ่านเองได้พอเข้าใจ แต่อ่านแบบนี้เก็บเกร็ดดีจริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s