[Review] Iron Man 3 ในมุมมองของคนอ่านการ์ตููนคนนึง….ผมเอง (SPOILER)

Iron Man 3 เนื้อเรื่องดี สนุก มันส์ ลุ้นระทึกเร้าใจ! แต่ผิดหวัง?!

marvelphasetwolarge3

รีวิวนี้มี SPOILER ใครยังไม่ได้รับชมโปรดหลีกเลี่ยง แต่ใครไม่สนก็เชิญเข้ามาอ่านโดยพลัน

1 ปีเต็มๆ! นับตั้งแต่วันที่ Avengers ฉาย แฟนๆคอมิคนั่งจ้องปฏิธินกันอย่างใจจดใจจ่อรอการมาเยือนของหนังเรื่องนี้ ผมก็เป็๋นหนึ่งในนั้นเช่นกัน จนวันที่ 1 พฤษภาคมนี้มาถึง เราแฟนๆไออ้อนแมนทุกๆคนก็ร่วมแห่กันไปยังหน้าโรงภาพยนตร์ทั้งโดยที่นัดหมายและไม่ได้นัดหมาย วาดหวังไว้อย่างสูงถึงหนังที่กำลังจะได้รับชม ผ่านไปสองชั่วโมงนิดๆทุกๆคนก็ออกจากโรงภาพยนตร์ คนส่วนมากเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม แต่มีผมเพียงคนเดียวหรืออย่างไรที่เดินออกมาพร้อม…..สีหน้า poker face

นับเป็นภาคที่ 3 แล้วสำหรับมหาเศรษฐีหนุ่มหน้าแก่พร้อมชุดเกราะรบสุดไฮเทค เหตุการณ์ในเรื่องนั้นเป็นผลกระทบที่ตามมาจากเหตุการณ์ใน Avengers โดยตรง หลังจากที่เอเลี่ยน Chitauri บุกถล่มนิวยอร์ก นอกจากมันจะสร้างบาดแผลทางกายให้กับโลกแล้ว มันยังได้สร้างบาดแผลทางใจให้กับโทนี่ สตาร์กด้วย สุดยอดอัจฉริยะถึงกับต้องหัวหดเมื่อได้รู้ว่าในจักรวาลแห่งนี้ ยังมีสิ่งที่ตนไม่รู้ สิ่งที่เหนือกว่าตนอีกมากมาย สร้างปมสำคัญอันนึงให้กับโทนี่ในภาคนี้ได้เป็นอย่างดี และการโจมตของพวกชิทอรินั้นยังสั่นคลอนอเมริกาอีกด้วย จึงเป็นเหตุให้เจมส์ โร้ดส์ต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Iron Patriot เพื่อสร้างสัญลักษณ์แห่งความหวังให้ประชาชน ว่าประเทศของตนยังมีที่พึงเป็นมนุษย์เหล็กรักชาติผู้นี้เสมอ

ภาคนี้ยังมีเปิดตัววายร้ายตัวใหม่ของเรื่อง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน Mandarin จอมขมังเวทย์ตัวฉกาจ ศัตรูคู่อาฆาตของโทนี่จากในคอมิคมาสู่จักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวล แมนดารินมาได้ค่อนข้างเก๋า ด้วยการเปิดตัวอย่างเทพด้วยการแฮ็กทีวีทั่วประเทศแสดงแสนยานุภาพของตน แสดงตนเป็นผู้ก่อการร้ายสุดเจ๋ง พร้อมด้วยวายร้ายของเรื่องอีกคน Aldrich Killian บอสใหญ่ของ A.I.M. ผู้พัฒนาโปรเจ็ก Extremis ที่ใช้ในการดัดแปลงดีเอ็นเอของมนุษย์ธรรมดาให้เหนือมนุษย์ได้ ทั้งสองร่วมกันระดมพลถล่มโทนี่อย่างสนุกสนาน เรียกได้ว่าเล่นซะเละทีเดียว

ตัวอย่างของหนังแสดงให้เห็นแต่ความดาร์ก มากถึงมากที่สุด ว่าฮีโร่ของเราคนนี้จะโดนยำเละ ว่าฮีโร่คนนี้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ให้อารมณ์เหมือน The Dark Knight Rises ของ Nolan ไม่มีผิด แต่เมื่อได้ดูจริงๆแล้วหนังไม่ได้ดาร์กหรือซีเรียสแบบที่คิดเลย ยังคงเหมือนภาคก่อนๆแต่แตกต่างานิดเดียว ในภาคนี้เราจะได้เห็นโทนี่สวมเกราะน้อยลง เห็นเขามีการพัฒนาด้วยตัวของเขาเองมากขึ้น โทนี่ที่หยิ่งผยองได้เรียนรู้ว่าตนไม่ได้แกร่งล้นฟ้า แต่ก็เป็นแค่ชายในชุดหุ่นกระป๋องเท่านั้น

บ่นมามากพอสมควร ถ้ามาพูดในด้านการรีวิวบ้าง บอกเลยว่าหนังสนุกมากครับ รู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัวมากๆ บทพูดไม่เยอะน่ารำคาญ ฉากแอ็คชั่นเยอะแต่พองาม ไม่เยอะเกิน CGI เรียบเนียน ยังไม่นับมุกตลกมากมายที่ใส่ลงมาในหนังอย่างจุใจ เอาให้ฮาก๊ากกันไปเลย (แต่ผมยังคิดว่าอเวนเจอร์สตลกกว่านะ) มีการหักมุมที่พอทำให้อ้าปากหวอได้ มีปมปัญหาที่สร้างความน่าสนใจให้กับหนัง บอกได้เลยว่าเป็นหนึ่งในหนังมาร์เวลที่สนุกที่สุด เปิด Phase 2 ของจักรวาลหนัง MCU ได้ดีเยี่ยม ถ้าในฐานะคนดูหนังธรรมดาๆผมให้คะแนนคือ 8/10 เลยนะ

iron-man-3

แต่ว่า! ถ้าในฐานะแฟนคอมิคและคนที่อ่าน Iron Man มา ผมค่อนข้างผิดหวังกับหนังเรื่องนี้นะ เพราะความที่หวังมากเกินไปอ่ะ จากการดูตัวอย่างเอย ดูรูปนิ่งเอย คาดหวังไว้มากเรื่องชุดเกราะใหม่ๆของโทนี่ อย่างที่เคยพูดไว้ในโพส https://baamzs.wordpress.com/2013/04/29/what-we-want-from-iron-man-3/ นี่แหละ อยากเห็นฟังค์ชั่นเกราะ อยากดูโทนี่ใช้ แต่ในเรื่องกลับกลายเป็นว่ามากันตัวละแค่ฉากสองฉาก บางตัวบินมาไม่กี่วิก็ชนตู้พัง มันดูไม่สมกับที่โปรโมทกันมาเลยจริงๆอ่ะ แอพไออ้อนแมนบนเฟซบุ๊กก็ปล่อยภาพเกราะใหม่สนุกสนาน ทุกๆคนเห็นก็ต้องอยากดูพวกมันลุยกันเป็นธรรมดาล่ะ แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราคาดหวังกันเนี่ย มันแว๊บมาเพียงไม่กี่วิเท่านั้นเอง ทำเอาผมที่นั่งดูอยู่ถอนหายใจ “อะไรวะ? มีแค่นี้เองหรอ?”

เกราะ Mark 42 นี่ก็ก๊ากกาก แป๊ปเดียวพัง แป๊ปเดียวพัง เดี๋ยวอีกซักพักก็ชาร์จ เดี๋ยวก็บินไม่ได้ จากเกราะที่เป็นไฮไลท์ของภาคมันกลายเป็นเกราะต๊อกต๋อยไปเลยอ่ะ

Iron-Man-3-17

อีกอย่างที่ผมว่ามันโคตรเฟลสำหรับผมเลยนะ คือเรื่องแมนดารินเนี่ยแหละ แมนดารินในคอมิคนี่โหดเอาเรื่องเลยนะ แหวนแต่ละวงบนมือมีพลังวิเศษนานา แต่พอมาดัดแปลงในหนังกลับกลายเป็นเหมือนแค่ผู้ก่อการร้ายอัจฉริยะธรรมดา แต่นั่นผมพอรับได้นะหากต้องมองถึงขอบเขตของเรื่องและความสมจริง ว่านี่คือ “ไออ้อนแมน” ไม่ใช่ “ธอร์” หรือ “จอมขมังเวทย์ 2” ที่จำนำเรื่องเวทย์มนตรามาใช้ แต่ที่หนักคือการหักมุมสุดช็อกว่าแมนดาริน แท้ที่จริงแล้วเป็นนกต่อต๊อกต๋อยของคิลเลี่ยน วายร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น! ไหง Iron Man 3 ถึงโหดร้ายเยี่ยงนี้?! จัดให้วายร้ายหมายเลขหนึ่งของไออ้อนแมนกลายเป็นแค่นักแสดงชาวอังกฤษที่คิลเลี่ยนจ้างมาเฉยๆ!

Iron_Man_3_The-Mandarin

ให้วายร้ายอันดับหนึ่งมาเป็นนกต่อยังไม่พอ ไอ้วายร้ายตัวจริงกลับเป็นแค่ไอ้ตัวละครโนเนมจากในคอมิคเท่านั้น! ใช่แล้วครับเจ้า Aldrich Killian เป็นตัวละครที่โผล่มาเพียงแค่ 2 หน้าเท่านั้น คือใน Iron Man Vol.4 #1 ตอน Extremis นั่นเอง หมอนี่เป็นหนึ่งในคนคิดค้นเอ็กซ์ตรีมมิสขึ้นมานั่นเอง และก็ยิงตัวตายไปแล้ว (หลังจากการปรากฏตัวครั้งยิ่งใหญ่……นั่งจิ้มคอมอยู่ในออฟฟิศ)

Aldrich_Killian_(Earth-616)

 พอบอกว่าในหนังมีองค์กร A.I.M. แฟนคอมิคก็ต้องนึกถึงชุดสีเหลืองบาดตาเป็นธรรมดา แต่เสียดายยิ่งที่ในหนังไม่มีลูกกระจ๊อกเอมใส่เครื่องแบบนี้แม้แต่คนเดียว…

aim

สรุปคือ ผิดหวังกับเรื่องเกราะโทนี่มาก โปรโมทกันจะเป็นจะตายสุดท้ายได้แค่นี้ อย่างกับหนังภาคนี้มีขึ้นเพื่อขายของเล่น Hot Toys ยังไงไม่รู้ ตัดบทให้วายร้ายผู้ยิ่งใหญ่กลายเป็นแค่นกต่อ จับตัวละครโนเนมมาเป็นตัวร้ายเอก เรื่องตัวร้ายนี่อยากบอกว่ามันเหมือน Batman Begins กับ TDKR เกินไปอ่ะ ทำไมต้องนกต่อ? ทำไมต้องตัวปลอม? เดินออกมาจากโรงต้องสบถ WTF ออกมาเบาๆ

อีกอย่างนึงที่คาดหวังมากคือ End Credit นะ นั่งรอตั้งนาน คิดว่าจะเป็นฉากที่จะนำไปสู่เรื่องต่อๆไปในเฟส 2 หรืออย่างที่เคยลือกันคือโทนี่ขึ้นอวกาศไปเจอทีม Guardians of the Galaxy แต่ทว่ากลับกลายเป็นแค่เอนด์เครดิตเอาฮาเฉยๆซะอย่างนั้น ไม่ได้มีการปูเรื่องไปยังเรื่องต่อไปเลยซักนิด อีสเตอร์เอ็กก็แทบไม่มีเลยมั้ง หาไม่เจอเลย (หรือหายังไม่ละเอียดพอ? คงต้องหาเวลาไปดูอีกรอบ)

บอกตรงๆอีกเรื่องเลยคือผมเริ่มเบื่อ Iron Man แล้วอ่ะ มีหนังแยกของตนมา 3 ภาคแล้วนะ อยากเห็นฮีโร่ใหม่ๆแทนได้แล้ว พี่ใหญ่อย่างสตาร์กควรหลีกทางให้ฮีโร่น้องๆที่ไม่ได้เป็นหนังซักทีก้าวขึ้นมาแทนได้แล้ว….

ให้คะแนนรีวิวจากความที่เป็นแฟนการ์ตูนคือ 6.5/10 ครับ ผิดหวังแบบพอรับได้….

Advertisements

11 คิดบน “[Review] Iron Man 3 ในมุมมองของคนอ่านการ์ตููนคนนึง….ผมเอง (SPOILER)

  1. เห็นด้วยเหมือนกัน ไม่ค่อยชอบในฐานะคนอ่านคอมิก โดยเฉพาะแมนดารินนี่มัน ทำร้ายแฟนคอมิกกันสุดๆเลย

    รายละเอียดเกราะก็ไม่ครบ ฉากประเทศจีนก็โดนตัด ฟานปิงปิงก็ไม่เห็น แล้วเจอฉาก End Credit แบบนี้มัน…

    พูดไรไม่ออกเลย เหอๆ

  2. เฟลเช่นกันนึกว่าจะได้ดู แมนดาริน อัดกับ โทนี่ .. ที่ไหนได้
    ส่วน เอนเครดิต ยังงง ๆ อยู่แต่ผมคิดว่าต้องมันจะไปเกี่ยวอะไรกับหมอแปลกรึเปล่า? หรือว่านายคนนี้คือ แฮงค์ พิม

  3. เห็นด้วยครับ หนังสนุกดี แต่ผิดหวังที่หุ่น นึกว่าจะโชว์สกิลหุ่นแต่ละตัวออกมาซักชอตบ้าง
    พวกหุ่นที่โปรโมทออกมาโชว์ๆกันเยอะๆเนี่ย
    แล้ว HEARTBREAKER – – ทำไรมั่งว้า นึกว่าหน้าอกใหญ่ๆจะยิ่งบีมอะไรใหญ่ๆอีก กลับไม่ได้โชว์
    deep space ก็หายจ่อย red snapperอีก แปปเดียวเท่านั้นละแหม่..
    ปล.ฉากประเทศจีน มีเฉพาะที่ฉายในจีนเท่านั้นครับ -0-

  4. ผมเบื่อแค่ช่วงปูเรื่องนะ แต่พอบ้านโดนถล่ม พอตัวโทนี่ออกจากสถานการณ์เดิมๆ ตัวละครแวดล้อมเดิมๆ หนังสนุกมาก เราได้เห็นสิ่งที่โทนี่เป็นจริงๆ เมื่อเขาไม่ได้ใส่เกราะ เหมือนที่เราเห็นเขาอยู่กับยินเซ่นในถ้ำ (หนังบอกว่าโทนี่สร้างวายร้าย (คิลเลี่ยน) แต่วายร้าย (ten ring) ก็เป็นคนสร้างเขาขึ้นมา)

    ส่วนเรื่องของเกราะ ผมชอบมากเลยอะ วิธีที่ใช้สู้ ที่โดดไปเกราะนู้นเกราะนี้ หรือมาติดตัวแค่บางส่วน คือต้องพูดว่าการใส่เกราะบินเต็มตัวไปสู้ นี่ผมเบื่อมากแล้วอะ แล้วอีกอย่างธีมภาคนี้คือ Tony Stark > Iron Man ถ้าใส่เกราะแล้วโชว์ฟังชั่นเกราะมันจะเป็น Iron Man > Tony Stark

    ส่วนเรื่องแมนดาริน นี่ผมว่าเป็นการตีความที่ร่วมสมัยมาก การสร้างศัตรูประชาชนขึ้นมา แมนดาริน บินลาเดน ซัดดัม มันก็เหมือนกัน การสร้างภาพลวงให้มุ่งไป โดยไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆรอบตัว ส่วนตัวผมชอบมาก ยิ่งได้การแสดงของท่านเซอร์เบน คิงส์ลี่ย์ ถึงกับฟินเลยครับ 555555

  5. ผมก็ชอบนะครับเรื่องนี้ องค์ประกอบโดยรวมดีหมด ยกเว้นตรงหักมุมแมนดารินนี่แหละ ที่แบบ…เจ็บแปล๊บ….

    @Nattaporn Chatmalairut คนนั้นมาร์ค รัฟฟาโล่ว์ คนที่รับบท Bruce Banner หรือ The Hulk นะครับ ยังไม่ใช่แฮงค์ พิม ^^

  6. “คนส่วนมากเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม แต่มีผมเพียงคนเดียวหรืออย่างไรที่เดินออกมาพร้อม…..สีหน้า poker face”

    อยากจะบอกว่าอาการเดียวกับเลย พร้อมกับบ่นพึมพัมคนเดียวตลอดทางจนถึงบ้าน

  7. Comic ก็เป็นเรื่องของ Comic สิครับ
    ในส่วนหนังโรงมันก็ต้องสรา้ง ให้สมเหตุสมผลไม่ให้ Over เกินหลัก มากไปจะให้เหมือน Comic ทั้งหมด ก็จะมา สปอย์ กัน อีกว่าไม่มีอะไรแตกต่างจาก Comic น่าเบื่อไปสะงั้น
    ส่วน End เครดิต ที่ว่าไม่มีอะไร อ่ะ ลองคิดๆดี ทำไม่ โทนี่ มาอยู่กับ บลูซได้ ไม่ได้แยกย้ายกันไปตั้งแต่ The Avenger หรอกหรือ มันก็เป็น บทสรุปว่าแนวทางหนังจะไปทางใหนต่ออยู่แล้ว ผมว่าถ้า สะ วิจารณ์หนัง อย่าใช้ อารมณ์ส่วนตัวครับ เข้าใจในตัวบทการนำเสนอเนื้อเรื่อง เพราะทุกวันนี้ Action มันของแถม หลักๆ เขา เสพแนวคิดหนัง ให้น่าคิดตาม ให้คิดวิเคราะห์เดาทางกันไม่ถูกแล้วจบด้วยการเฉลยความหลับ ได้อย่างลงตัว ไอรอนแมนนี้ผมให้ 8.5/10
    ข้อดี
    หนังเดินเรื่องได้ดี
    ดารามีบทบาทในการแสดงมากขึ้น
    มีจุดหักมุมที่เกินคาด
    ข้อเสีย
    ช่วงฉากสุดท้ายเน้นตลุมบอลมากไป
    ระบบของ Iron Patriot ไม่สมเหตุสมผลเหมือนใครจะมาใส่ก็ได้ทั้งๆที่เป็นของกองทัพถ้าผู้ก็การร้าย Hack ชุดได้ มันก็ Hack กลาโหมสหรัสได้ และชุดเป็น Site F หรือไงใครๆก็ใส่ได้

  8. Pingback: [Review and Talk] Fantastic Four (2015) – Expect the Expected | บล็อกเรื่อยเปื่อยของผู้ชายชื่อแบม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s