ประสบการณ์ X-Men Movie Marathon @ Thailand Comic Con

Thailand Comic Con สุดยอดงานคอมิคคอนที่ทีมงานและโลกออนไลน์ช่วยกันอวยนักหนา หลังจากประเดิมงานมาได้แค่ 2 วันก็พากันอ้าแขนรับกระแสด้านลบกันอย่างสนุกสนาน อาทิการใช้ชื่อคอมิคคอนทั้งที่มีแทบไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับคอมิคเลย บรรยากาศงานที่สุดแสนจะจืดชืด พริตตี้นมหก ไปจนถึงการขายของก็อปตรงข้ามบูธของแท้

10275557_623003194450644_2196418275843225388_o

วันนี้เราจะไม่พูดถึงสิ่งเหล่านั้นครับ ล่าสุดผมพึ่งได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการที่งาน TH Comic Con นี้ได้จัดขึ้น นั่นก็คือการชมภาพยนตร์ X-Men 4 ภาครวดในรายการ X-Men Movie Marathon นั่นเอง หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันแล้ว ขอบอกเลยว่าแย่มาก เป็นการแข่งขันที่น่าผิดหวังที่สุด ตั้งแต่ทีมงานที่ไม่รักษากฎกติกาไปจนถึงการไม่เตรียมพร้อม ทำให้งานออกมาแย่และดูเสียเวลาสุดๆ สนใจเรื่องราวแบบเต็มๆ คลิกเข้ามาอ่านด้านในครับ

การแข่งขันจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 พฤษาคม ซึ่งเป็นวันงานวันที่ 2 ของงาน TCC ผมรีบออกจากบ้านแต่เช้า ตรงบึ่งขึ้นรถไฟฟ้าในเวลาเกือบสิบโมง (สำหรับผมนี่ถือว่าเช้ามาก) หวังที่จะไปลงทะเบียนให้ทันในเวลา 10 โมงตามกำหนดการณ์ที่ได้มีการวางไว้ ผมไปถึงสยามพารากอน สถานที่จัดงาน สิบโมงกว่าๆแล้ว ผมเริ่มวิ่งพล่านด้วยความตื่นตกใจ “เฮ้ย เค้าลงทะเบียนที่ไหนวะ” ผมนึกในใจ เพราะในรายละเอียดก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงจุดลงทะเบียนไว้เลย ผมเริ่มไล่ดูตั้งแต่หน้างาน ไปจนถึงโรงหนังข้างบน เดินถามเจ้าหน้าที่สามสี่คน พี่แกทั้งหมดก็เซย์โน ตอบไม่รู้ท่าเดียว

จนเวลาล่วงเลยมาเกือบจะสิบเอ็ดโมง ผมจึงพบจุดลงทะเบียนที่หลบอยู่ข้างๆซุ้มโค้กจนได้ ทำเอาผมเหนื่อยเหมือนกัน นึกว่าจะไม่ได้แข่งกันแล้ว เพราะตามตาราง 11 โมงคือเวลาที่กิจกรรมดูหนังเรื่องแรกต้องเริ่มแล้ว ผมเดินเข้าไปคุยลงทะเบียนเรียบร้อย แต่ก็พบกับปัญหา เพราะว่าชื่อผม ซึ่งผมไปลงสมัครไว้ถึงหน้างานเมื่อวันก่อน กลับไม่อยู่ในรายชื่อซะอย่างนั้น ทำเอาผมงงอยู่เหมือนกัน ทั้งที่ผมมาลงชื่อ ลงเบอร์โทรศัพท์กันถึงหน้าเคาท์เตอร์ในงานแล้ว แต่ทำไมชื่อของผมมันถึงตกหล่นหายไปนะ

ทีมงานก็บอกไม่เป็นไร กรอกชื่อลงชื่อกันตรงนี้เลยแล้วกัน อะลุ้มอล่วยกันไปนิดๆหน่อย และเจ้าหน้าที่ก็เริ่มเรียกหลักฐานที่ต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นสำเนาบัตรประชาชน สำเนาพาสปอร์ท ใบรับรองจากผู้ปกครอง (เพราะผมยังไม่ถึง 18) และใบรับรองแพทย์ ผมก็นึกว่าจะซีเรียส เพราะในเงื่อนไขกำกับมาอย่างชัดเจนว่าต้องมีเพื่อใช้แข่งขัน นึกว่าทีมงานจะเก็บไป แต่ที่ไหนได้ สิ่งที่เขาทำคือแค่มองผ่านๆแล้วยื่นกลับมาให้ผม และบอกผมว่า “เก็บไว้นะน้อง ถ้าเข้ารอบจะต้องใช้” ผมก็งง อ้าว แล้วจะให้ผมวุ่นวายรีบหาเอกสารทำไม ถ้าจะแค่มองผ่านๆแล้วบอกว่าไว้ใช้ถ้าเข้ารอบนะ แล้วถ้าผมไม่เข้ารอบล่ะ ผมจะเตรียมเอกสารให้ผมต้องมาวุ่นวายทำไม ถ้าแค่มาลงชื่อกันเฉยๆก็ได้

ในเงื่อนไขการสมัคร บอกไว้ว่าต้องมีใบรับรองจากแพทย์ ซึ่งผมคนนึง ก็ยอมถ่อไปจนถึงโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพเพื่อใบๆนี้ แต่สำหรับใครที่ไม่มีก็ไม่ต้องห่วง เพราะแค่คุณเติมประโยค “สุขภาพแข็งแรงดี” ลงไปท้ายชื่อคุณในการลงทะเบียน คุณก็ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์แล้ว (กฎกติกาอยู่ที่ไหน?)

runrongpath

หลังจากลงทะเบียนอะไรเรียบร้อยเสร็จ ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าผมต้องรีบไปโรงหนังเลยมั้ย เพราะนี่มันจะ 11 โมงแล้วนะ เขาก็ตอบกลับมาว่าไม่ต้อง โรงหนังเปิดเที่ยงตรง ผมก็เดินออกมางงๆอีกเช่นกัน ตารางบอก 11 โมงนี่? ในตั๋วหนังก็บอก 11 โมงนี่? ไหงเลทเกือบชั่วโมงอย่างงี้ล่ะ มีอะไรที่เขาจะทำตามตาราง ตรงตามกติกามั้ยนะ? ผมคิดว่ามันคงจะสิ้นสุดแล้วล่ะ ที่จะอะลุ้มอล่วยกันอย่างนี้ เข้าสู่การแข่งขันที่แท้จริงแต่ทั้งหมดนี้ มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับ…

ผมไปทำธุนะส่วนตัวเรียบร้อย ทั้งเดินร้านหนังสือที่เดินประจำเพื่อฆ่าเวลา เข้าห้องน้ำ กินอาหารกลางวัน พอถึงเวลาเที่ยงก็ไปตามที่เขานัดหมาย ไปรอกันหน้าโรงภาพยนตร์รอให้ประตูเปิด ตอนจะเดินเข้าโรงเท่านั้นแหละ พนักงานโรงหนังก็ยืนแจกแว่น 3D ทุกคนรอบๆผมก็ยืนงงกัน แต่ก็ไม่พูดอะไร ค่อยๆเดินไปหยิบและทยอยเดินเข้าไปข้างในกัน ผมเลยเดินเข้าไปถามพี่พนักงานเขา ว่าหนังที่เราจะดูมันเป็น 3D หรอ? ในกติกาที่แจ้งกันล่วงหน้าไม่เห็นบอกว่าหนังจะเป็น 3D เลยนะ พนักงานโรงหนังก็ยืนงงๆ แล้วตอบมาว่าทางผู้จัดไม่เห็นพูดอะไร เขาก็ไม่รู้

สิ่งที่ผมไม่รู้อีกอย่างนึง คือเมื่อเข้าไปโรงแล้วจะให้พวกผมนั่งไหนล่ะ? ในตั๋วบอกแค่เวลาฉาย 11 โมง (ซึ่งตอนนี้เลยกำหนดมาแล้วหนึ่งชั่วโมง) กับโรงฉายโรงที่ 9 เท่านั้น ไม่มีเลขที่นั่งกำหนดไว้ ผมก็เดินไปถามเจ้าหน้าที่อีกคน ว่านั่งตรงไหนก็ได้หรอ? หรือยังไง พี่เขาก็ทำหน้างงๆ แล้วขอบัตรผมไปแล้วก็ยืนดูอยู่พักนึง พลิกซ้ายพลิกขวา พยายามหาเลขที่นั่งให้ได้ ซึ่งสุดท้ายพี่เขาก็ยื่นบัตรกลับมาแล้วบอกว่าไม่รู้ เราก็อึ้งเหมือนกัน เฮ้ย เป็นถึงเจ้าหน้าที่แต่ไม่รู้เนี่ยนะ บริหารจีดการกันยังไงเนี่ย ช่างมันละกัน เราเข้าไปในโรงเลย พวกพี่ๆที่เข้ามาแข่งเหมือนกันก็งงเหมือนกับผม ผมเดินเข้าไปนั่งที่นั่งที่มันว่างๆ แล้วกระซิบถามพี่ข้างๆ ว่าเรานั่งตรงไหนก็ได้หรอครับ เขาก็ตอบว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

BnPqy_uCUAEvqqJ

เรานั่งงงๆกันอย่างนั้นได้ซักพัก ก็มีคนเข้ามากล่าวเปิดงาน เขาบอกเราจะนั่งไหนก็ได้ตามสบายของเรา ซึ่งก็น่าจะมีการบอกกล่าวกันก่อนตั้งแต่ตอนจะเข้าโรงหนังแล้ว หลังจากนั้นก็มีการกล่าวนู่นนี่นั่น ต้อนรับผู้เข้าแข่งขันสู่การชมภาพยนตร์แบบมาราธอน 4 เรื่องเพื่อช่วงชิงตั๋วไปงานกาล่าถึงที่สิงคโปร์

และแล้วก็เกิดปัญหาแรกขึ้น เมื่อภาพยนตร์เรื่องแรก ซึ่งก็คือ X-Men ภาคแรกนั้นฉายไม่ได้ ซึ่งทางทีมงานบอกว่าตอนที่หนังเรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรก มันยังเป็นระบบฟิล์มอยู่ การจะเอากลับมาฉายซ้ำในโรงปัจจุบันนั้นต้องอาศัยการแปลงให้เป็นดิจิตอล ปัญหาอยู่ที่ว่าเมื่อแปลงแล้ว งานที่ออกมามันไม่ได้มาตรฐานอะไรนี่แหละ ทางเจ้าของ (Fox เองรึเปล่าก็ไม่รู้นะครับ) ก็เลยปฏิเสธไปว่าเอามาฉายไม่ได้นะ ทำให้หนังที่เอามาฉายวันนี้จาก 4 เรื่อง เวลาเลิกเกือบตามตารางเกือบเที่ยงคืน เหลือแค่ 3 เรื่อง เลิกแค่หัวค่ำเท่านั้น

เมื่อกล่าวจบ ก็มีเจ้าหน้าที่มาอธิบายกฎกติกาในการแข่งขัน เขาพูดว่าทีมเขาไม่ซีเรียส ไม่จุกจิกยุ่งยากอะไรมาก ขอแค่อย่าเล่นไลน์เล่นมือถือรบกวนคนอื่น และอย่าหลับก็พอ ซ้ำยังแซวอีกว่าจะแอบหลับก็ได้ แต่อย่ากรนแล้วกัน เขาขำ แต่ผมเป็นคนนึงล่ะที่ไม่ขำ ในฐานะที่เป็นผู้ตัดสินในการแข่งขัน สิ่งที่สำคัญคือการซื่อตรงต่อกฎและปฏิบัติตามกติกาอย่างเคร่งครัด เงื่อนไขและกฎกติกาที่เผยแพร่ออกมามันกำหนดข้อห้ามไว้มากมาย แต่ทีมงานเลือกที่จะละเลยและทำหูไปนาตาไปไร่ ผมรู้สึกไม่เห็นด้วยมากๆ เพราะมีผู้เข้าแข่งขันอีกหลายคนที่ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่ก็อาจต้องเสียเปรียบเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้

สุดท้ายแล้วเขาก็ประกาศว่าแว่น 3D ที่แจกให้ไม่ได้ให้ใช้ดูหนัง แต่ไว้สำหรับดู Trailer ฉบับพิเศษจากหนัง 2 เรื่องซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ซึ่งเอามาให้ผู้เข้าแข่งขันดูในระบบ 3D เป็นที่แรกนั่นเอง ประเดิมโดยตัวอย่าง 5 นาทีแรกจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น How to Train Your Dragon 2 (ซึ่งเจ๋งมาก) และเทรลเลอร์จาก X-Men: Days of Future Past ที่ผมเคยดูมาเป็นชาติแล้ว และแล้วภาพยนตร์ก็เริ่มต้น หนังเรื่องแรกก็เริ่มฉาย X2: X-Men United ดำเนินการฉายไปตามปกติ หนังไม่มีซับ ซึ่งไม่เป็นปัญหากับผม เพราะผมฟังพูดอ่านเขียน และดูหนังภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องมีซับ แต่ก็แอบได้ยินที่นั่งข้างหลังบ่นเหมือนกันว่าดูไม่รู้เรื่อง เมื่อหนังจบลง ทุกคนก็บิดขี้เกียจกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็ยังไม่ลุกจากเก้าอี้ไปไหน เพราะกติกาบอกว่าต้องนั่งอยู่ดูหนังจนจบ End credit แต่อยู่ๆก็มีเจ้าหน้าที่มาตะโกนว่าไปพักได้ซะอย่างนั้น (และกติกาล่ะ? อยู่ที่ไหน?)

rules

หลังจากพักเบรค เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ กินป๊อปคอร์นที่ทางโรงหนังเตรียมไว้ให้เสร็จแล้ว ทุกคนก็กลับเข้ามาในโรงเพื่อรอชมหนังเรื่องที่สอง นั่นก็คือ X-Men: The Last Stand นั่นเอง ใครที่ยังกินขนมกินน้ำไม่เสร็จ ก็อนุญาตให้เอามานั่งกินต่อระหว่างดูได้ หนังดำเนินไปจนจบ ก็มีการปล่อยเบรคเช่นเคย แต่คราวนี้เป็นเบรคยาว รับประทานอาหารเย็น ซึ่งทางแม็คโดนัลด์ได้จัดเตรียมไว้ให้ เป็นเบอร์เกอร์ไก่สไปซี่คนละชิ้นกับโค๊กหนึ่งแก้ว เมื่อจัดการอาหารเสร็จหมดแล้ว ทุกคนก็กลับเข้าโรงหนัง เข้าประจำที่นั่งของตนอีกครั้งเพื่อชมหนังเรื่องสุดท้ายของการแข่งขัน

เรื่องสุดท้ายและท้ายสุดของการแข่งขัน นั่นก็คือ X-Men: First Class นั่นเอง หนังดำเนินไปตามปกติอีกเช่นกัน จนกระทั่งหนังจบลงเวลาทุ่มสองทุ่ม ก็มีการเปิดไฟและทีมงานก็แห่กรูกันมาข้างหน้า ผู้เข้าแข่งขัน (ซึ่งกะด้วยสายตาประมาณ 40-50 คน) ยังเหลืออยู่ในการแข่งขันแทบจะครบ (หรือครบ) 100% เต็ม ทำให้ต้องทำการคัดผู้เข้าแข่งขันแค่ 10 คนเข้ารอบด้วยการจับสลาก ก็มีการรวบรวมตั๋ว เขียนชื่อเบอร์โทรแล้วหยอดลงกล่องกันตรงนั้น และแล้วก็เริ่มการจับสลาก ซึ่งสุดท้ายก็ได้ผู้เข้ารอบ 10 คน ผมตกรอบไป เจ้าหน้าที่ประกาศว่าใครที่ผ่านเข้ารอบให้อยู่คุย ส่วนที่เหลือก็กลับได้ เป็นอันจบงาน

ผู้แพ้ราวกับถูกไล่กลับบ้าน ผมเดินลงบันไดเลื่อนมาอย่างงงๆ ของที่ระลึกอะไรไม่มีหน่อยหรอ? ไม่มีอะไรเลยหรอ? จบสิ้นกันแค่นี้ กลับบ้านได้เลยเนี่ยนะ ในรายละเอียดยังบอกว่าจะมีของรางวัลจากผู้สนับสนุนเล็กๆน้อยๆเลยนะ ขอบคุณที่สละเวลามาร่วมกิจกรรมอะไรอย่างนี้ แต่ก็ไม่มี สิ่งที่ได้วันนี้มีแค่ดูหนังฟรี (แลกมาด้วยการสละเวลาตั้งแต่ฟ้าสว่างยันมืดค่ำ) เบอร์เกอร์หนึ่งชิ้น ป๊อปคอร์นถุงเล็กถุงนึง และโค๊กอีกสองแก้ว…

prize

ในรายละเอียดกำหนดอย่างชัดเจนว่ากิจกรรมคือการแข่งขัน และผู้เข้าร่วมคือผู้เข้าแข่งขัน แต่กิจกรรมที่ออกมามันดันไม่ใช่การแข่งขันอีกต่อไป การแข่งขันระดับใหญ่ขนาดนี้ต้องอาศัยการจัดการที่ดี ตั้งแต่ที่ชื่อผมที่ผมลงสมัครไว้มันหายไป ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องอย่างเพียงพอ ถามอะไรก็ให้คำตอบกลับมาไม่ได้ ไม่มีการเตรียมการหรือแจ้งข่าวสารการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าเรื่องภาพยนตร์ที่เอามาฉายไม่ได้ ถ้ารู้ล่วงหน้ามาก่อนก็ควรแจ้งให้ผู้เข้าแข่งขันทราบ ว่ามีการเปลี่ยนกติกานะ หรือถ้าแจ้งไม่ได้ เพราะมันเร่งด่วนกระชั้นชิดจริงๆ ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของกิจกรรม ว่าไม่มีการตรวจทานเตรียมความพร้อมมาก่อน

การที่ทีมงานไม่รักษากฎติกาและยอมอะลุ้มอล่วยแทบทุกอย่างมันทำให้การแข่งขันไม่มีความเป็นการแข่งขันเลย มันทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและไม่แฟร์กับผู้เข้าแข่งขันด้วยกันเองด้วย ตลอดการแข่งขันจะต้องมีการตัดสิทธิ์และคัดคนออกเพื่อหาผู้เข้ารอบ ตามกำหนดการณ์เดิมที่มีหนังฉาย 4 เรื่อง หนังเรื่องที่สี่จะเป็นตัวตัดสินเลยก็ว่าได้ เพราะผู้เข้าแข่งขันจะต้องดูหนังมาแล้วถึงสามเรื่องติดต่อกัน รวมไปถึงต้องนั่งทนดูเครดิตยาวเหยียดจนจบด้วย ยิ่งเรื่องสุดท้ายดูกันจบดึกดื่นเกือบเที่ยงคืนตามตารางอีก ต้องทำให้เกิดอาการเบื่อและล้า และหนังเรื่องที่สี่ยังฉายดึกอีกเสียด้วย มันก็ต้องมีคนง่วง หลับ หรือทนไม่ไหวเป็นธรรมดา ซึ่งต้องสอดคล้องกับกฎกติกาที่เคร่งครัดด้วย เมื่อมีคนหลับ คนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามก็ต้องใช้อำนาจของผู้ตัดสินในการตัดสิทธิ์หรือถอดออกจากการแข่งขัน

แต่มันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง หนังสามารถนำมาฉายได้แค่ 3 เรื่อง ซึ่งเป็นปริมาณที่ไม่เยอะอะไรมากมาย นั่งดูไปเรื่อยๆสบายๆ เลิกกันตั้งแต่หัวค่ำ ไม่นับว่า challenging แต่อย่างใด และกฎกติกาที่ทีมงานละเลย อะลุ้มอล่วยกันจนมันไม่ใช่การแข่งขัน ทำหูไปนาตาไปไร่ท่าเดียว ใบรับรองแพทย์ก็ไม่ต้องใช้ หนังก็ไม่ต้องดูจนจบเอนด์เครดิต กระเป๋าที่นำเข้าโรงหนังก็ไม่ต้องตรวจ พกมือถือเข้าก็ได้ แอบเล่น แอบหลับก็ได้ เจ้าหน้าที่ไม่เห็นมายืนดู คอยสกรีนดูผู้เข้าแข่งขัน แต่กลับยืนดูหนังกันสนุกสนานไปด้วยซะอย่างนั้น

สรุปแล้ว X-Men Marathon จะเรียกว่าการแข่งขันได้อย่างไร ในเมื่อกฎกติกาที่ให้ไว้ เจ้าหน้าที่เองยังละเลย รักษาไม่ได้ การเตรียมการ การเตรียมพร้อมก็ไม่มี กิจกรรมอาจสร้างความสนุกสนานสำหรับแฟนเอ็กซ์เมนอย่างผมได้ก็จริง แต่มันก็ไม่แฟร์กับผมและคนอื่นๆในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่ตั้งใจยึดถือและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดด้วย ดูไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย พูดในแง่ของคนๆนึงที่เคยเข้าแข่งอะไรทำนองนี้มา อยากบอกว่ามันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย

กิจกรรมนี้คอนเซ็ปต์ดีนะ เป็นการแข่งขันที่สร้างความสนุกสนานและความบันเทิงได้ดี แต่ในแง่ของการแข่งขันต้องมีการปรับปรุงอีกมาก หากมีกิจกรรมหน้า ก็ขอให้บริหารจัดการอะไรให้ดีกว่านี้ จัดการบริหารเรื่องทีมงานเจ้าหน้าที่หน่อย ตระเตรียมให้สามารถมอบรายละเอียดและตอบคำถามของผู้เข้าแข่งขันให้ได้บ้าง ให้บังคับใช้กฎกติกาให้เหมาะสม ไม่ใช่ปล่อยปะละเลยกันอย่างนี้ มันไม่แฟร์กับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเลย แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าการแข่งขันได้อย่างไร? ให้เรียกว่า ‘รวมพลดูหนัง แล้วสุ่มแจกรางวัล’ ดีกว่ามั้ง

Advertisements

3 คิดบน “ประสบการณ์ X-Men Movie Marathon @ Thailand Comic Con

  1. อ่านแลัวก็งงตาม สรุปคือ เปนงานเชิญชวนคนอายุถึง15+ไปดูหนังฟรี(ทั้งๆที่อายุไม่ถึง15ก็คงดูได้ไม่มีปัญหาอะไร) ตกลง คนจัดนี่เขาคิดอะไรล่ะเนี่ย มีตังแต่ไม่มีไรทำ? แล้วหลุงจากX-Menภาค2 ภาคอื่นๆมีsubป่าวอะครับ?

  2. เป็นกิจกรรมที่ชวนเงิบหลายตลบจริงๆ เอาแค่ไม่มีซับนี่ ผมเดินออกโรงล่ะ คือ ไอ่ฟังน่ะฟังออกนะ แต่คนส่วนใหญ่เป็นเด็กไหม แล้วจะฟังรู้เรื่องเหรอ? แล้วอื่นๆอีก เอิ่ม ไม่ใช่การแข่งขันแล้วแบบนี้ บอกว่าเป็นการดูหนังฟรี+ของกินฟรีก็พอมั้ง?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s