[Review] The SpongeBob Movie: Sponge Out of Water – เมื่อฟองน้ำขึ้นบก (อีกแล้ว)

ไม่ได้รีวิวหนังมาปีกว่าแล้วเห็นจะได้ เคยขยันชนิดที่ว่ากลับมานั่งเขียนรีวิวหนังที่ไปดูมาทุกเรื่องเลยด้วย แต่พอเวลาผ่านไปความขี้เกียจเริ่มกัดกิน อย่างเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ไปดูหนังมาตั้ง 10 เรื่องเลยด้วย จะให้กลับมานั่งเขียนหมดก็ไม่ไหว และอีกเหตุผลสำคัญที่เลิกเขียนโพสประเภทนี้คือ พอกลับมานั่งอ่านแล้วกูพบว่ากูเป็นคนที่เขียนรีวิวหนังได้กากมากเลยแหละครับ ทำใจไม่ได้เลยเลิกไป 5555

แต่วันนี้พิเศษหน่อย ขอกลับมาเขียนรีวิวหนังกับเขาอีกครั้งเป็นกรณีพิเศษ ว่าด้วยวันนี้ได้มีโอกาสไปดูภาพยนตร์ที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอมากที่สุดของปีนี้มาครับ ไม่ใช่จูราสสิกปาร์ค ไม่ใช่สตาร์วอร์ส ไม่ใช่เทอร์มิเนเตอร์ แต่มันคือสปอนจ์บ็อบครับ เป็นหนังที่ตั้งหน้าตั้งตารอมานานแสนนานมากกกกกก ครั้งแรกในชีวิตที่จะได้ดูสปอนจ์บ็อบในโรงหนัง น้ำตาจิไหลพรากๆ

maxresdefault

 

เรื่องราวในภาคนี้ ก็ยังคงมีไอเทมในตำนานอย่างสูตรลับของเบอร์เกอร์เทพแคร็บบี้แพ็ตตี้เป็นศูนย์กลางของเรื่องเช่นเคย เมื่อสูตรลับของแคร็บบี้แพ็ตตี้หายไป ทำให้ระบบสังคมต้องล่มสลาย บิกินี่บ็อทท่อมตกอยู่ในสภาพบ้านป่าเมืองเถื่อน จึงเป็นหน้าที่ของ Mad Max เอ้ย สปอนจ์บ็อบ พระเอกของเรื่องและผองเพื่อนอาทิแพททริค สควิดเวิร์ด มิสเตอร์แคร็บ และแซนดี้ที่จะต้องออกค้นหาสูตรลับที่หายไปและกอบกู้บิกินี่บ็อทท่อม แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะสูตรลับที่พวกเขาเสาะหาถูกขโมยขึ้นบกไปซะแล้ว

ที่ตื่นเต้นกับหนังเรื่องนี้มาก คงเพราะเราเป็นแฟนของการ์ตูนซีรีส์นี้มานานแหละครับ ไม่ได้ถึงขั้นดูมาตั้งแต่เด็ก หรือโตมากับเรื่องนี้แบบที่โตมากับหมีพูห์ แต่ผมก็ติดตามดูมาตั้งแต่ช่วงประถมนะ เริ่มจากการนั่งดูทางทรูสปาร์ค มาจนถึงตอนนี้ที่นั่งดูช่องของนิคเคลโลเดียนเอง หาดูติดตามดูมาอย่างใกล้ชุดทุกซีซั่นจนเรียกได้ว่าเป็นแฟนของซีรีส์ชุดนี้อย่างเต็มตัวเลยล่ะ

ตัวหนังเอง ทั้งพล็อตเอยอะไรเอย ถ้าคาดหวังให้มันเป็นการ์ตูนเจ๋งๆ แนวๆเท่ๆแบบพวกการ์ตูน Pixar คือคุณคิดผิดมากครับ เพราะสปอนจ์บ็อบมันเป็นการ์ตูนที่ ‘เพี้ยน’ มากครับ ช่วงแรกๆของการ์ตูนเรื่องนี้ตีตลาดเด็กทั่วไปครับ ไปๆมาๆมาถึงตอนนี้เหมือนกลุ่มเป้าหมายมันเปลี่ยนเป็นเด็กที่โตมากขึ้น ตัวการ์ตูนจึงออกมาติงต๊อง บ้าบอ (เหมือนอย่างที่ฝรั่งเขาฮิต Adventure Time นั่นแล) ทั้งมุก ทั้งเนื้อหา และตัวละคร ซึ่งคิดว่าคงไม่น่าที่จะตีตลาดในไทยได้เท่าไหร่ ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม เนื้อหาไม่ได้เทพแบบจิบลิ ไม่ยิ่งใหญ่หรือแมสแบบโฟรเซ่น ทั้งเนื้อหาที่หาสาระลำบาก ผู้ใหญ่ทั่วไม่น่าชอบอยู่แล้ว มุกประเภทเล่นคำ (pun) คนไทยส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่เด็ก ก็ไม่น่าชอบด้วย เพราะอารมณ์ขันไทยกับฝรั่งมันคนละขั้วกันเลย คนที่ไม่เคยได้ดูการ์ตูนมาก่อน ไม่รู้จักสปอนจ์บ็อบมาก่อน ผมว่ามีน้อยคนนะที่ดูแล้วจะชอบหนังเรื่องนี้น่ะ

1280x720-lMx

แต่ในทางกลับกัน ตัวผมเองในฐานะที่เป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ ที่รักและผูกพันกับตัวละครสปอนจ์บ็อบและผองเพื่อน พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่ามันเป็นหนังที่ถูกใจมาก ที่สามารถนำซีรีส์ของสปอนจ์บ็อบบนจอแก้วขึ้นสู่จอเงินได้อย่างไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นความบ้าบอ ความไร้สาระ และอารมณ์ขันแปลกๆอันเป็นเอกลักษณ์ ไหนจะทีมนักพากย์ที่ยกขบวนมากันครบเซ็ท running gag ที่กลับมาเรียกเสียงฮา เป็นการเอาใจแฟนคลับแบบสุดตีนเลยก็ว่าได้

มุกเฉพาะกลุ่มมันเยอะมากครับ อย่างที่บอกไปคือถ้าไม่คุ้นเคยกับการ์ตูนเรื่องนี้มาจะไม่ค่อยเก็ทเลย ขอยกตัวอย่างหน่อย SPOILER ถัดไปจากนี้นิดนึงนะครับ ใครไม่อยากโดนสปอยมุกก็ข้ามย่อหน้านี้ไปก่อนเลย มุกเฉพาะกลุ่มที่ว่าก็อย่างเช่นตอนแพททริคหัวโขกแล้วอุทานว่า Finland ครับ มันเป็นเล่นมุกเก่าของซีรีส์ที่แพททริคโดนลูกโบวลิ่งหล่นใส่หัวในซีซั่นที่ 2 แล้วอุทานว่าแบบ random ขึ้นมาว่าฟินแลนด์ครับ หรืออย่างตอนที่แคร็บปาก้อนหินทิ้งแล้วมีตัวละครตัวนึงร้องขึ้นมาว่า My leg! นั่นก็เป็น running gag ที่ซีรีส์นี้เล่นมาตั้งแต่ซีซั่นแรกจนถึงปัจจุบันครับ เป็นประโยคทองของตัวประกอบตัวสำคัญที่โผล่มาในทุกๆตอนของสปอนจ์บ็อบที่ชื่อ Fred ครับ

The-Spongebob-Squarepants-Movie-Sponge-Out-Of-Water-Movie-Review-Image-9ถึงจะชอบแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนังมันจะยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวทีแม้แต่กับแฟนสปอนจ์บ็อบก็จะให้คะแนน 10/10 ครับ เพราะถ้าให้เทียบกับ The Spongebob Squarepants Movie เมื่อหลายปีก่อนแล้ว ผมว่าในภาคนี้ยังด้อยกว่าและไม่ครบเครื่องเท่าภาคก่อนนะครับ ในภาคก่อนที่เป็นเรื่องราวของสปอนจ์บ็อบที่แท็คทีมคู่กับแพททริคออกเดินทางตามหามงกุฎของคิงเนปจูนที่ถูกขโมยไป มีเส้นเรื่องและการดำเนินเรื่องที่แน่นอน มีประเด็นดีๆสอดแทรกมากมายไม่ว่จะเป็นเรื่องมิตรภาพหรือการเชื่อมั่นในตัวเอง ต่างจากในภาคนี้ซึ่งพล็อตค่อนข้างเละเทะวุ่นวาย พยายามเอาฮาซะหนักไปหน่อย อยากไปตรงไหนก็ไป ไม่มีอะไรที่โดดเด่นจนตราตรึงอะไร

จุดแข็งที่สุดของการ์ตูนเรื่องนี้คือมิตรภาพของตัวละครสองตัวครับ นั่นก็คือเพื่อนซี้อย่างสปอนจ์บ็อบและแพททริค เคมีที่เข้ากัน ความใสซื่อราวกับเด็ก ความซื่อบื้อติงต๊องที่เรียกเสียงหัวเราะของคนดูทั่วโลกมานานนม ในภาคก่อนใช้ประโยชน์จากตัวละครสองตัวนี้ได้คุ้มค่ามาก เพราะมีทั้งสองคนเป็นตัวเอก มีการยิงมุกบ้าบอออกมาเป็นชุด เป็นการ์ตูนที่เรียกได้ว่าโคตรบันเทิง แต่ในทางกลับกันมาในภาคนี้กลับไม่ได้ใช้วัตถุดิบที่มีอย่างเหมาะสม ตัวละครโปรดของคนดูเกินครึ่งอย่างแพททริคกลับมีบทน้อยนิดซะเหลือเกิน เพราะภาคนี้ดันไปเล่นประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างอริศัตรูอย่างสปอนจ์บ็อบและตัวร้ายประจำซีรีส์อย่างแพลงต้อนมากขึ้น ซึ่งมองในแง่นึงก็เป็นสิ่งที่ดีที่ตัวเฟรนไชร์ตัดสินใจนำเสนอในประเด็นใหม่ๆให้กับคนดูมากขึ้น แต่ผลตอบรับและการเจาะกลุ่มตลาดเด็กๆในไทยไม่น่าจะเวิร์คเพราะพอเปลี่ยนตัวเอกอย่างแพททริคออกไป ความตลกและความสนุกมันน่าจะดรอปลงเยอะเลยแหละ

NDmDBlHทั้งเทรลเลอร์ รูปโปสเตอร์ รูปโปรโมท หรือกิจกรรม มันไปเน้นตรงส่วนของฉากขึ้นบกแทบทั้งหมดเลย ทั้งตัวอย่างมีฉากการ์ตูนนิดเดียวเอง ไปเน้นตรงส่วน live-action ซะเยอะเลย เน้นไปที่พวกสปอนจ์บ็อบแปลงร่าง เน้นฉากบนชายหาด ตอนผมจะไปดูก็เตรียมใจว่าเออไม่เป็นไร ช่วงการ์ตูนน้อย ช่วงคนเล่นเยอะหน่อย ถือว่าลองดูสปอนจ์บ็อบในรูปแบบใหม่ละกัน ผลปรากฎว่าจริงๆแล้วฉากใต้น้ำ ฉากที่เป็นการ์ตูนมีเยอะมากครับ ตีซะร้อยละ 75 เลยก็ว่าได้ มีแค่ช่วงท้ายๆเรื่องที่ขึ้นบกกัน ใครที่ชอบการ์ตูนสปอนจ์บ็อบอยู่แล้วก็พอสบายใจได้ครับ การ์ตูนเยอะ ไลฟ์แอ็คชั่นน้อย

ช่วงไลฟ์แอ็คชั่นของหนัง ผมดีใจนะที่มันออกมาน้อยกว่าที่คิด เพราะมันทำออกมาได้แย่กว่าที่คิดมาก ทั้งการแสดง แอ็คชั่น ซีจี มันออกมาเหมือนหนังเด็กเกรดบีที่ปั๊มลงแผ่นอย่างเดียวมาก ผิดกับตอนฉากใต้น้ำที่เป็นการ์ตูนซึ่งทำออกมาได้มีชีวิตชีวา ฉากขึ้นบกมันจืดและน่าเบื่อมาก ตัวหนังพยายามจะใช้มุกการเผชิญหน้ากับโลกใบใหม่ที่ตัวละครไม่เคยพบเจอมาเล่น ซึ่งทำออกมาได้ไม่มีความตลกเอาเสียเลย ผิดกับที่โปรโมทหนักๆมา เพราะเผลอๆถ้ามีคนอยากดูเพราะมันเป็นไลฟ์แอ็คชั่นคนแสดง ก็คงจะต้องนั่งเซ็งที่ฉากที่หวังดันมีน้อยมากและไม่สนุกด้วย สู้ผมว่าถ้าทำเทรลเลอร์และโปรโมทเน้นหนักไปทางฉากการ์ตูน ผมว่าน่าจะโอเคและตรงไปตรงมากับผู้บริโภคมากกว่านะ ผมพาเพื่อนที่ไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนไปดูด้วยคนนึง ตอนฉากการ์ตูนมันก็นั่งหัวเราะสนุกสนานปกติดี แต่พอขึ้นบกไปได้ซักพักเท่านั้นแหละ หันไปอีกทีคือมันนั่งหลับไปละ

spongebob-movie-sponge-waterและถ้าใครคิดว่าพล็อตขึ้นบกเป็นเรื่องแปลกใหม่ของการ์ตูนสปอนจ์บ็อบ ผมขอบอกว่าคุณคิดผิดครับ เพราะในหนังภาคก่อนสปอนจ์บ็อบก็เคยขึ้นบกมาแล้ว (เขากับแพทริคออกเดินทางตามหามงกุฎที่หายไปของคิงเนปจูน ซึ่งเมื่อแกะรอยไปเรื่อยๆก็พบว่ามันถูกนำขึ้นบกไปโดยนักประดาน้ำเจ้าของร้านกิฟท์ช็อป) เพียงแต่ในภาคนี้ ตัวหนังเขาทำให้ไอ้การขึ้นบกครั้งเนี้ย ดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก และเอามันมาใช้เป็นจุดขายของหนังซะเลย

Cyclops_Laughingสรุปแล้วก็คือ The SpongeBob Movie: Sponge Out of Water เป็นการ์ตูนที่แฟนสปอนจ์บ็อบห้ามพลาดครับ อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ขันบ้าบออันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ ช่วงการ์ตูนสนุกมาก ผิดกับช่วงไลฟ์แอ็คชั่นซึ่งเป็นจุดขายของภาคที่ทำออกมาได้จืดชืดมาก โดยรวมอาจไม่ค่อยถูกใจคนที่ไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน แต่หากใครชอบและถูกใจ คุณต้องรีบไปหาการ์ตูนทีวีมาดูต่อโดยพลันครับ (6.5/10)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s