[Review and Talk] Fantastic Four (2015) – Expect the Expected

F42015

ยิ่งหวังไว้สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บใจมากเท่านั้น

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบขั้นรุนแรงของภาพยนตร์ฮีโร่มาร์เวลเรื่องล่าสุดอย่าง Fantastic Four ที่กำลังโหมกระหน่ำบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจากทั้งนักวิจารณ์ คนดูหนังทั่วไป แฟนคอมิค หรือคนที่เฮตามน้ำกับเขาไปเรื่อย กลับมีผมคนนึง ที่เดินออกมาจากโรงหนัง เปิด Rotten Tomatoes แล้วกดลงรีวิวไว้ 3 ดาว แล้วเดินไปขึ้นมอไซค์กลับบ้านเงียบๆ โดยไม่มีการแสดงอารมณ์โมโหฉุนเฉียวใดๆลงสื่อโซเชียล ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นแฟนคอมิคคนนึงที่อ่าน Fantastic Four มานานพอสมควร

จะเรียกโพสนี้ว่ารีวิวผมว่าคงพูดไม่ได้เต็มปาก เหมือนแค่อยากจะมาแสดงมุมมองของผมคนนึงเฉยๆ ไม่ได้อยากสวนกระแสทำเท่ด้วย

Fantastic Four ภาคนี้ ผมว่ามันเป็นหนังที่โอเคในระดับนึงเลยนะ เราไม่ได้คาดหวังอะไรกับมัน เดินเข้าไปดูแบบชิวๆ (วันนี้พึ่งสอบ TU-Get เสร็จเลยแวะดูหนัง) แล้วก็พบว่ามันไม่ได้เลวทรามบัดซบอะไรเหมือนที่แต่ละที่รีวิวมาเลย ตัวหนังไอเดียดี ดูสดใหม่ เป็นการนำต้นกำเนิดทีมจากในคอมิคชุด Ultimate Fantastic Four เมื่อช่วงปี 2004 มาดัดแปลง จึงมีความเป็นไซไฟและร่วมสมัยมากกว่าเวอร์ชั่นคลาสสิกในคอมิคหรือเวอร์ชั่นหนังเมื่อสิบปีก่อน แต่ด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่ทราบ หนังจึงออกมาค่อนข้างทื่อและกลวงมาก ช่วงครึ่งแรกที่เป็นการปูเนื้อเรื่องทำออกมาใช้ได้ ถึงจะมีคนบ่นว่าน่าเบื่อบ้าง แต่เราว่ามันเป็นการเซ็ทเรื่องที่น่าสนใจอยู่ มาพังเอาช่วงกลางๆเรื่องเป็นต้นไปนี่แหละ เราไม่ได้เห็นการพัฒนาของตัวละคร ตัวร้ายไม่มีแรงจูงใจหรือเหตุผงเหตุผลอะไรเลย ทุกอย่างรวบรัด รีบเร่งจนช่วงไคลแมกซ์มันออกแนว Anti-climatic ไปเลย สิ่งที่ผมชอบคือตัวนักแสดงอย่าง Miles Teller ในบท Reed Richards นะ แกสวมบทเป็นรี้ดจักรวาล Ultimate ได้โอเคเลย นอกนั้นก็เฉยๆ เพราะแต่ละคนบทแม่งไม่ส่งเลย (Kate Mara โคตรสวย)

fantastic-four-trailer-breakdown-here-comes-doom-366891

ผมว่ามันดูเพลินๆสนุกดีนะ ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรด้วย ก็ต้องแล้วแต่คนไป ส่วนตัวผมให้คะแนนซัก 6/10 ละกัน

ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมอยากพูดหน่อย ว่าแต่ทำไม ทำไมหนัง Fantastic Four ภาคนี้ถึงโดนหนักขนาดนี้? ทำไมกระแสสังคมมันดูแรงขนาดนี้? โยนประเด็นที่หนังมันไม่ค่อยดีออกไป คำตอบง่ายๆ ก็คือความคาดหวังไงครับ

ยิ่ง Hype เยอะ ยิ่งเจ็บเยอะ เป็นบทเรียนที่คนดูหนังจะต้องค่อยๆเรียนรู้กันไป หนังจะดีหนังจะแย่ ถ้าเกิดไม่สามารถแตะระดับความคาดหวังเราได้ก็จบครับ ไม่สนุก ยกตัวอย่าง Avengers ภาคแรกครับ ผมคาดหวังไว้สูงมาก สูงลิ่วติดเพดาน สุดท้ายหนังออกมาสนุกครับ แต่ยังไม่ถูกใจผม เวลาผ่านไปก็เจอเหตุการณ์แบบนี้เรื่อยๆ ก็ก่อเกิดเป็นภูมิต้านทานครับ เราเริ่มเรียนรู้ที่จะไม่ตั้งความหวังกับหนัง ก่อนไปดูหนังซักเรื่องผมจะไม่มานั่งดูเทรลเลอร์ทุกตัว นั่งอ่านข้อมูลทุกอย่างในนิตยสารอะไรอย่างนี้ละ ดูเทรลเลอร์ตัวเดียวอยู่ แล้วไปนั่งดูหนังเลย พอทำได้อย่างนี้ ประสบการณ์การดูหนังเราจะดีขึ้นจริงๆนะ ปล่อยตัวโล่งๆแล้วเอ็นจอยไปกับมัน ขนาด Avengers: Age of Ultron ที่เขาว่าไม่สนุกเท่าภาคแรกกัน ผมยังรู้สึกว่ามันโคตรมันส์และสนุกกว่าภาคแรกเลย เอาเป็นว่าขนาด Tomorrowland ของดิสนีย์ที่เจ๊งไปผมยังว่าโอเคอ่ะ อีกอย่างสำหรับคนดูทั่วไป เนื่องด้วยหนังมันเคยมีเวอร์ชั่นก่อนด้วย พอรีบูท มันเลยเกิดข้อเปรียบเทียบกันว่าตกลงอันไหนมันดีกว่า ซึ่งคำตอบก็ชัดเจนอยู่ละ ว่าต้องตอบเวอร์ชั่นก่อนแน่นอน

fantastic-four_zps179b4fa6

หนังตกเป็นเป้าโจมตีของแฟนคอมิคหนักมาก หนักมากจริงๆ ผมมีเพื่อนในเฟซเป็นแฟนคอมิคเยอะ จะเห็นการโพสด่าหนังไม่เว้นแต่ละวันกันเลย ซึ่งผมเข้าใจครับ ที่หนังตกเป็นเป้าโจมตีจากแฟนคอมิคมาร์เวลซะเยอะ มันมาจากหลายปัจจัยมาก หลักๆเลยก็คือมันไม่ตรงกับต้นฉบับครับ มันเป็นประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากสำหรับแฟนๆการ์ตูนจริงๆนะ ผมในฐานะคนอ่านคอมิคคนนึงเข้าใจดีเลยล่ะ เวลามีการดัดแปลงการ์ตูนมาเป็นหนังซักเรื่อง เราก็จะคาดหวังจะได้เห็นนู่นนี่นี่นั่นแบบที่เราชอบจากในการ์ตูนเป็นธรรมดา ถ้าเราพูดถึง Fantastic Four แล้ว สิ่งที่เราเห็นก็คือครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ในชุดสีฟ้าสดอันเป็นเอกลักษณ์ของมาร์เวลเขา แต่มาในเวอร์ชั่นหนังภาคนี้มันดันไม่ใช่อย่างนั้น ต้นกำเนิดทีมก็ไม่ได้เอาแบบต้นฉบับจักรวาลหลักของมาร์เวลมาใช้ แต่ไปหยิบยกเอาเวอร์ชั่นจักรวาล Ultimate ที่ไม่ค่อยมีคนอ่านมากเท่าไหร่มาใช้ แถมยังเป็นการดัดแปลงแบบหลวมๆที่ไม่ได้ฟิกซ์ไว้แน่นอนว่าต้องตรงต้นฉบับอีกด้วย ก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มนักอ่านตั้งแต่วันแรกที่ข้อมูลชุดแรกเผยออกมา ว่านี่มันไม่ใช่แฟนทาสติกโฟว์ที่กูรู้จักแล้ว อะไรทำนองนี้ ไหนจะ Doctor Doom ในภาคนี้ที่ทำออกมาแย่อีก เป็นหนุ่มเนิร์ดอีกคนคู่กับรี้ด หน้าตาตอนมีพลังก็ตลก ไม่เท่ ไม่ได้เป็นกษัตริย์ประเทศแลตวีเรียแบบในต้นฉบับ ไม่ใช่ Doom อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน

Fantastic-Four-Dr-Doom

การเปลี่ยน Johnny Storm ให้เป็นคนผิวสีก็เป็นอีกหนึ่งกระแสตอบรับด้านลบที่หนังได้รับ ในขณะที่ผู้มีปัญญาเขาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงลักษณะสำคัญของตัวละครระดับตำนาน หรือตั้งคำถามในความสามารถการแสดงของไมเคิล บี จอร์แดนที่มารับบท ก็จะมีคนกลุ่มนึงที่เข้ามาผสมโรงเสมอ ด่าทอเหยียดผิวเหยียดชาติพันธุ์ไมเคิลอย่างสนุกสนาน น่ารังเกียจมาก เป็นอะไรที่เห็นแต่ละทีก็โคตรหงุดหงิด หนึ่งคำก็ไอ้ดำ สองคำก็ไอ้ดำ บ่งบอกให้เห็นถึงการอบรมจากทางบ้านจริมๆ

DF-05150 Johnny Storm's (Michael B. Jordan) new powers have scientists searching for answers. Photo credit: Ben Rothstein.

แล้วก็จะมีแฟนคอมิคอีกกลุ่มนึงที่ไม่สนหรอก ว่าหนังจะดีหรือไม่ดี ยังไม่ทันได้เห็นเทรลเลอร์กันเลยด้วยซ้ำ ตั้งเริ่มก่ออิฐถือปูนตั้งกำแพงอคติกันแต่เนิ่น แล้วก็พากันบอยคอตหนังกัน  ด้วยเหตุผลที่ว่ามันทำโดย Fox นั่นเองครับ ในวินาทีนี้ที่จักรวาลหนัง MCU ที่ทำโดยมาร์เวลเองกำลังเฟื่องฟูถึงจุดสูงสุด แฟนๆกลุ่มนี้ก็พร่ำให้ Fox คืนลิขสิทธิ์ให้มาร์เวลไปซักที จะ X-men ก็ช่าง จะ FF ก็ช่าง คืนมันไปให้หมดนั่นแหละ! ส่วนตัวผมไม่อยากให้คืนไปนะเอาเข้าจริงๆน่ะ ยกตัวอย่าง X-men ไรเงี้ย ผมชอบความเป็นเอกเทศของมัน ที่ยืนหยัดได้ด้วยเฟรนไชร์ของตัวเอง เฟรนไชร์มันดูไม่รีบเร่ง ทำไปเรื่อยๆ ไม่เยอะจนเกินไป สนุกและมีเสน่ห์ในตัวเอง ซึ่งในทางกลับกันผมมองว่ามาร์เวลในปัจจุบันที่ทุกอย่างเชื่อมกันหมด มันทำให้เสน่ห์ตัวนี้มันเลือนหายไป ทุกอย่างเป็นเพียงแค่สะพานที่จะปูไปยังภาคต่อไป เรื่อยๆๆๆไป จนมีคนเคยกล่าวไว้ว่า “หนังมาร์เวลทุกเรื่อง คือเทรลเลอร์ของอเวนเจอร์สภาคต่อไป” กันเลยทีเดียว ซึ่งผมไม่อยากให้ X-men หรือ FF ต้องไปอยู่ในจุดนั้นอ่ะ คืน FF ให้มาร์เวลไปตอนนี้ เผลอๆกว่าจะได้เห็นทีก็ปาไป Phase 4 นู่น แต่ก็อีกทีนั่นแหละ ความเห็นแต่ละคนไม่เหมือนกัน

xmen-ff-141228-145400-146826

ที่ปัจจัยทั้งหลายที่กล่าวมาข้างบน ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับผมเลย ก็อย่างที่ผมบอกไป คือผมไม่คาดหวังอะไรกับมันไงครับ ผมไม่ไปอคติกับมันอ่ะ หนังมันแย่ก็ว่าไปตามผลงาน ไม่ใช่มานั่งใส่อารมณ์ลงบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพราะมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก มีแต่จะหงุดหงิดไปเปล่าๆ แค่ข้อมูลชุดแรกที่ปล่อยออกมา ก็รู้แล้วว่ามันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีทางแน่ๆที่หนังเวอร์ชั่นนี้จะไปตรงกับคอมิค ไม่มีทางที่หนังเวอร์ชั่นนี้จะไปเหมือนกับเวอร์ชั่นก่อน ถ้าไปคาดหวังว่าทีมจะต้องเป็นครอบครัวฮีโร่ ถ้าไปคาดหวังว่าด็อกเตอร์ดูมต้องเทพแบบในคอมิคปัจจุบัน ก็มีแต่จะเซ็งเปล่าครับ อย่าไปคาดหวังอะไรกับหนังที่ดัดแปลงจากคอมิคว่ามันต้องตรงต้นฉบับอย่างนู้นอย่างนี้เลย

อย่างผมเคยไปคาดหวัง Mandarin ใน Iron Man 3 ไว้ แล้วดูผลที่ออกมาสิครับ…. ทุ่มโต๊ะ กลับมานั่งรีวิวอาละวาดอยู่ ถ้าใครติดตามอ่านมานานคงพอจะจำได้

[Review] Iron Man 3 ในมุมมองของคนอ่านการ์ตููนคนนึง….ผมเอง (SPOILER)

Trevor_Slattery_(Earth-199999)_006

Advertisements

2 คิดบน “[Review and Talk] Fantastic Four (2015) – Expect the Expected

  1. เห็นด้วยครับ มันก็ไม่ได้เเย่อย่างที่คิดเลย ก็ยังพอดูได้เพลินๆ ไม่คิดมาก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s