ก่อนจะด่า Star Wars: The Force Awakens โปรดกลับไปไตร่ตรองและย้อนดูภาคเก่าซักนิดนึง (สปอยไฟแลบ)

Star_Wars_The_Force_Awakens

เมื่อวันก่อนเข้าไปอ่านในพันทิปมา และพบกับกระทู้รีวิว Star Wars Episode 7 เจ้านึง จขกท.บอกว่าเนี่ย เขาเป็นแฟนสตาร์วอร์สตัวจริงเลยนะ ดูหนังทุกภาค ดูการ์ตูน อ่านนิยาย อ่านคอมิคมาเยอะแยะ พอไปดู The Force Awakens มา กูไม่ชอบเลยว่ะ แม่งแย่มาก น่าผิดหวังเป็นที่สุด แล้วพี่ท่านก็หยิบเอารายละเอียดเล็กน้อยนู่นนี่นั่นมาบ่นเต็มไปหมด อ่านแล้ว เราก็หงุดหงิดเล็กน้อยพูดกันตามตรง ไอ้เราไปดูมาสองรอบแล้ว เลยอยากจะเอามุมมองของเราต่อจุดเล็กจุดน้อยที่พี่ท่านเขาวิจารณ์มาพูดนิดนึง รวมไปถึงรีวิวแปลกๆในเน็ต เสียงตอบรับที่ได้ยินมาจากคนรู้จักอะไรอย่างนี้ด้วย

  1. Captain Phasma กาก

gwendoline-christies-star-wars-vii-chrome-trooper-captain-phasma-secretly-a-dark-side-user-not-a-sith-lord

อันนี้เราไม่เถียงครับ เพราะบทฟาสม่านี่นับว่าน้อยจริง ถ้าใครคาดหวังจะได้เห็นฟาสม่าในบทแอ็คชั่น หรือคาดหวังเวลาออกฉากเยอะๆก็คงต้องผิดหวังไป เพราะทางดิสนีย์เองก็เล่น PR ตัวละครนี้ซะหนักอยู่ ไม่ว่าจะบทสัมภาษณ์ ของเล่น ของชำร่วยต่างๆนานา

94943ABF-SW_20in_EP7_Captain_Phasma_Lifestyle-1441306518

แต่จะรีบด่วนตัดสินว่าตัวละครฟาสม่ามันแย่ มันกระจอกยังไม่ได้นะ ของแบบนี้บางทีมันก็ต้องใช้เวลา เราต้องอย่าลืมนะว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ได้ภาคเดียวจบ แต่เป็นไตรภาคและยังมีอีกสองภาคที่รอจะเข้าฉายในอนาคตอันใกล้ ยังมีเวลาเหลือเฟือให้เราได้เห็นฟาสม่าได้โชว์โหดกันอีกเยอะ ลองดู Boba Fett เป็นตัวอย่างนะ คาแรคเตอร์ในตำนาน ถามว่าบทเยอะมั้ย ไม่เลย ปรากฎตัวแค่ 2 ภาค Screentime รวมแล้วถึง 10 นาทีดีรึเปล่ายังไม่รู้เลย แต่กลับเป็นหนึ่งในตัวละครที่คนรักมากที่สุดในจักรวาลสตาร์วอร์ส จริงอยู่ที่ฟาสม่าไม่สามารถสร้างความประทับใจกับคนดูได้อย่างที่โบบ้าทำไว้ใน The Empire Strikes Back แต่ฟาสม่ายังมีหนังอีกสองเรื่องให้ได้ฉายแววนะ หน้าตาตัวละครก็เท่ โดดเด่น นักแสดงมีฝีมือ ตัวละครยังมีศักยภาพ ยังมีของดีเก็บไว้ใช้อีกเยอะแน่นอน อย่าพึ่งรีบด่วนสรุปว่าฟาสม่ากากหรืออะไรกันเลย รอดูไปก่อน

 

  1. “สโน๊คและพวกซิธก็โผล่มาลอยๆเกินไป”

Andy-Serkis-Star-Wars-Character

ในเรื่องยังไม่เห็นพวกซิธซักตัวเลยว่ะครับ ถ้าคิดแค่ว่าผู้ใช้พลังด้านมืดเป็นซิธทุกคน ก็อย่าเรียกตังเองว่าแฟนสตาร์วอร์สตัวยงเลยครับ

สโน๊คนี่มันอะไรกัน โผล่มาลอยๆ ได้แค่เป็นโฮโลแกรม แถมบทก็น้อย บลา บลา บลา

Threatofskywalker

ให้พี่ท่านลองย้อนกลับไปดูจักรพรรดิ บิ๊กบอสของไตรภาคคลาสสิกนะครับ กว่าท่านจักรพรรดิจะเปิดตัว ก็ปาไปภาค The Empire Strikes Back แล้วครับ มาเป็นโฮโลแกรมเหมือนกันครับ โผล่มาพูดได้สี่ห้าประโยคก็หายไปแล้วครับ แค่นั้นแหละครับ ถ้าว่าสโน๊คแย่แล้ว จักรพรรดิไม่แย่กว่าหรอครับ? สโน๊คในความคิดเห็นของผมแล้ว เป็นการเปิดตัวหัวหน้าใหญ่ที่โคตรทรงพลังเลยนะ ทั้งน้ำเสียงท่าทาง ขนาดภาพฉายโฮโลแกรมที่ใหญ่มหึหา สื่อถึงความยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม บรรยากาศรอบตัวมืดครึ้ม แม่งโคตรเท่ อิมแพ็ครุนแรงชัดเจน เป็นการเซ็ทตัวละครใหม่ที่ดีมากเลย

 

  1. Kylo Ren ไม่เห็นเทพเหมือนเวเดอร์เลย แล้วนั่นไลท์เซเบอร์บ้าบออะไร ฉากสู้ก็แย่ แพ้สตอร์มทรูปเปอร์ แพ้คนเก็บขยะ

kylo-ren-header

Kylo Ren เป็นตัวละครใหม่ที่ผมชอบที่สุดในหนังภาคนี้เลยนะ เร็นไม่ใช่ตัวร้ายที่เก่งเว่อร์ตั้งแต่กำเนิด ไม่ใช่ตัวร้ายสไตล์มาร์เวลที่ไม่มีมิติใดๆ โผล่มาโง่ๆแล้วตายไปแบบไม่มีใครแคร์ แต่เป็นตัวร้ายที่มีความเป็นมนุษย์สูง มีความ complex มีมิติและความซับซ้อนในตัว ไม่ใช่คนที่สมบูรณ์พร้อม แต่เป็นเหมือนเด็กมีปัญหาที่พยายามแสวงการยอมรับมากกว่า หลายคนบ่นว่าจะถอดหน้ากากบ่อยๆทำไม ถอดแล้วไม่เท่ ผมมองว่าการถอดหน้ากากของเขา คือการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ว่าภายใต้ความชั่วร้าย ภายใต้หน้ากากนี้ก็คือคนเดินดินธรรมดาคนนึงที่ยังสับสน มีความขัดแย้ง มี conflict อยู่ในใจ ผิดกับเวเดอร์ ที่หนังสองภาคแสดงออกเขาในรูปแบบที่โหดร้าย หนักแน่น เป็น dominant force ที่ใครๆก็ต้องหวาดกลัว แต่ก็เป็นที่เคารพยำเกรงของลูกน้องเสมอ ดั่งที่โอบีวันเคยกล่าวไว้ว่า “He’s more machine now than man.” ในภาค Return of the Jedi การสวมหน้ากากของเวเดอร์จึงเป็นเหมือนการแสดงว่าเขาคือปีสาจร้าย เป็นเครื่องจักรของด้านมืด จนกระทั่งมาถอดหน้าการตอนท้าย เผยให้เห็นว่าเขากลับเข้าสู่แสงสว่าง กลายเป็นคนธรรมดาเดินดินอีกครั้ง ในขณะที่เร็นนั้นก็ยังคงเป็นแค่เด็กน้อยที่ยังสับสนในใจ พยายามทำในสิ่งที่ตนคิดว่าถูกที่สุดสำหรับตนเอง เร็นยังไม่สามารถที่จะเป็นได้อย่างเวเดอร์ด้วยซ้ำ ยังยืนเถียงยืนดวลฝีปากกับนายพลฮักส์ ให้ฮักส์ยืนฟ้องใส่สโน๊ค แสดงว่าเขายังไม่ถึงจุดที่สามารถเป็นที่น่าเคารพนำเกรงได้ด้วยซ้ำ

star-wars-force-awakens-images-villains-kylo-ren-hux

สังเกตฉากบนสะพาน ก่อนที่เร็นจะฆ่าฮาน โซโล ถึงแม้เขาจะลงมือทำมันลงไป แต่ถามว่าเขากล้าพอที่จะทำมันด้วยตัวเองมั้ย เขาอยากจะทำจริงๆมั้ย ก็ไม่ซะด้วยซ้ำ สังเกตได้จากในดวงตาของเร็น หรือเบน โซโลที่เอ่อท่วมไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะหลั่งไหลออกมา ในใจยังเปี่ยมไปด้วยความสับสน ถ้าใส่หน้ากากอยู่คนดูจะเห็นมั้ย? ถ้าใส่ ภาพที่สื่อออกมา เร็นก็จะเป็นได้แค่ไอ้ชั่วไร้หัวใจเท่านั้น คาแร็คเตอร์ของเร็นมันเหมือนเด็กเก่ง แต่มีปัญหา ที่ยังไม่เข้าในความคิดความสามารถ หรือยังขาดการคิดวิจารณญาณด้วยตนเอง ตกเป็นเครื่องมือในสโน๊คจูงจมูก ขาดการยั้งคิด จากนิสัยชอบระบายอารมณ์แล้วชอบทำลายข้าวของด้วยไลท์เซเบอร์นี่แหละ คิดว่าในภาคหน้าๆต่อไป จะต้องมีการอธิบายเหตุผลเชิงลึกกว่านี้ว่าทำไมเร็นถึงต้องเข้าสู่ด้านมืดแน่ ยังไงก็ไม่ใช่เพราะแค่ด้านมืดแกร่งกว่าอะไรทำนองนี้แน่นอน

Adam-Driver-as-Kylo-Ren-Star-Wars-The-Force-Awakens

ไลท์เซเบอร์ของเร็น ถามว่ามันมีประโยชน์ยังไงไอ้แง่งสองอันที่แยกออกมานั่นน่ะ ถามโง่ๆครับ ถ้าตั้งใจดูหน่อยก็เห็นเองว่ามันใช้ป้องกัน และใช้ในการโจมตีด้วย อย่างตอนที่ประชันดาบกันฟินน์จนตัวติดต้นไม้ แล้วเร็นใช่แง่งนี่ทิ่มใส่ไหล่ฟินน์นั่นแหละ ในอีกแง่นึง ถ้าจำไม่ผิดเท่าที่อ่านมาเขาว่าตัวของเร็นเป็นคนสร้างไลท์เซเบอร์เล่มนี้เอง ถ้าสังเกตจะเห็นว่าตัวดาบของเร็นค่อนข้างจะมีความ “หยาบ” อยู่ ลำแสงจากไลท์เซเบอร์ทั่วไปจะมีลักษณะพุ่งตรงเป๊ะ ลำแสงเรียบไปข้างหน้า ในขณะที่เซเบอร์ของเร็น ตัวลำแสงจะค่อนข้างแตก ลำแสงไม่เรียบ เสียงจากดาบก็จะออกซ่าๆเหมือนทีวีเก่าๆที่ไม่มีสัญญาณตลอดเวลา สื่อถึงลักษณะคาแรคเตอร์ของเร็นที่ยังค่อนข้างหยาบ ยังไม่ฝักใฝ่และเข้าถึงด้านมืดได้อย่างเต็มตัว มี conflict ในตัว ยังคงสับสนวุ่นวาย ยังเลือกไม่ได้ระหว่างแสงและความมืด อะไรทำนองนี้

“ต่อสู้น่าเบื่อ ไม่เห็นเก่งเลย” บางทีผมรู้สึกว่าคนดูทั่วไปจะติดตากับภาพของเจไดต่อสู้กับซิธแบบเว่อร์วังอลังการดาวล้านดวง ควงดาบ เหินฟ้าวิชาตัวเบาจากใน Prequels มาค่อนข้างเยอะ มองแต่ว่าผู้ใช้พลังเก่งไม่เก่ง ขึ้นอยู่กับท่วงท่าลีลาฟันดาบ ต้องเทพล้นฟ้าให้ได้ทุกคน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่จำเป็นด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องให้มันเว่อร์อะไรหนังถึงจะสนุกได้

32d06118e12863c5eff5c81ba2f6dc8e

มองย้อนกลับไปในภาค The Empire Strikes Back ไปยังฉากบน Cloud City ที่เวเดอร์ปะทะกับลุคครั้งแรก ถามว่าต้องมีการตีลังกาสิบแปดตลบอะไรมั้ย ไม่ แต่ฉากนั้นกลับเป็นหนึ่งในฉากที่เจ๋งที่สุดของเฟรนไชร์ส การฟาดฟันต่อสู้กันที่เข้มข้นและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ของสองตัวละครชั้นดี ซึ่งการต่อสู้ในป่าในช่วงสุดท้ายของเรื่องก็เหมือนกัน เป็นการต่อสู้ที่ค่อนข้างบีบคั้นอารมณ์ เร็นที่พึ่งจะลงมือฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของตนมาสดๆร้อนๆ จะมีสมาธิพร้อมสู้มั้ย ไม่ ฟินน์ก็เป็นแค่สตอร์มทรูปเปอร์ อาจจะฝึกอาวุธประชิดแบบที่ตัวเองเจอมาแล้วบ้าง แต่ถามว่าต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้พลังตัว-ตัวมันจะไหวมั้ย ไม่ รวมไปถึงเรย์ จับไลท์เซเบอร์สู้ครั้งแรก คิดว่าจะใช้คล่องมั้ยล่ะ มันไม่ใช่ศึกที่โลดโผนโจนทะยานอะไรมากมาย แต่ผมก็ยกให้เป็นฉากนึงที่ชอบที่สุดในเรื่องน่ะแหละ ตลกดีเหมือนกัน ไปเห็นในเน็ตมาอีกเจ้านึง เขาว่าฉากสู้ไม่มันส์เลย สู้อนาคินตอนสู้กับโอบีวันภาคสามไม่ได้ คือมึงต้องอย่าลืมนะว่าสองคนนั้น คนนึงเป็นเจไดระดับมาสเตอร์ อีกคนก็เจไดไนท์ที่พึ่งจะเข้าด้านมืดมาสดๆร้อนๆ ต่างคนต่างมีฝีมือระดับเทพติดตัวมาแล้วทั้งคู่ ในขณะที่เร็นก็ยังฝึกฝนไม่เสร็จ เรย์ก็พึ่งได้สู้กับใครจริงๆจังๆก็ครั้งแรก ก็ต้องมองตามข้อเท็จจริงกันไป

แล้วมึงอย่าลืมนะว่าไคโล เร็นแม่งพึ่งโดนชิวอี้ยิงมาด้วย

 

  1. “ไม่มี Skywalker”

Star-Wars-O-Despertar-da-Força-Classe-Nerd-F-0016

มึงดูยังไงให้ไม่มีสกายวอล์คเกอร์วะครับ มึงได้ดูจบเรื่องมั้ยครับ หรือลุกไปขี้ก่อนแล้วกลับมาตอนเครดิตขึ้นพอดี

ถ้าหมายถึงว่ามาน้อย บทน้อยจัง อันนี้มันเป็นความต้องการของผู้กำกับไงครับ ตัวสกายวอล์คเกอร์เป็นแกนหลักสำคัญของภาคนี้ ทุกคนต้องการตามหาสกายวอล์คเกอร์ ทุกคนต้องการลุค ถ้าจะให้โผล่มาตั้งแต่กลางเรื่อง หวัดดี กูอยู่นี่ เรามาช่วยกันสู้ปฐมภาคีผู้ชั่วร้ายกันเถอะ เย่ มันจะได้อะไรขึ้นมา มันจะสนุกมั้ย? แล้วที่ดิสนีย์นั่งทนเก็บความลับ บิ้วท์ความ Hype เรื่องลุคมาตลอดมันจะมีไปเพื่ออะไร การที่เก็บลุคไว้มาใช้ในตอนสุดท้าย การทำให้การตามหาลุคยากลำบาก มันเพื่อภาคต่อไปครับ อย่าลืมนะครับว่านี้เป็นแค่ภาคแรกสุดของไตรภาคใหม่ ยังเหลืออีกสองภาคให้ดูกันยาวๆ หนังไม่จำเป็นต้องรีบเฉลยทุกอย่าง คลายทุกปม ขุดตัวละครทุกตัวมาใช้ ใส่ฉากแอ็คชั่นให้ลุคหรือใครลงไปให้หมดในภาคนี้

อย่าลืมว่ากว่าเราจะรู้ว่าเวเดอร์เป็นพ่อของลุคก็ปาไปภาคสอง (ของไตรภาคคลาสสิก) อย่าลืมว่ากว่าเราจะรู้ว่าเลอาเป็นน้องสาวลุคก็ปาไปภาคสุดท้ายแล้ว

 

  1. “ทุกอย่างดูง่ายเกินไป”

DCS_Destruction

นี่ง่ายแล้วหรอ? ถ้าง่ายจริง ลองย้อนกลับไปดู The Phantom Menace ใหม่นะครับ หนูน้อยอนาคิน นักบินไร้ประสบการณ์ ขับยานที่ไม่เคยขับมาก่อนในอวกาศเป็นครั้งแรก ฟลุ๊คยิงยานแม่ขบวนการแบ่งแยกระเบิดด้วยตัวคนเดียว นั่นไม่เรียกว่าง่ายกว่าหรอครับ? Darth Maul แทนที่จะรีบฆ่าโอบีวัน มันแต่ยินแกว่งดาบเล่น พอโอบีวันกระโดดขึ้นมาจากหลุม ก็ยืนเฉยๆนิ่งๆให้เขาฟัน แบบนี้ไม่ง่ายกว่าหรอครับ? อนาคินแพ้โอบีวันเพราะกระโดดไม่สูงพอ แบบนี้ไม่ง่ายหรอครับ? เวเดอร์อุ้มจักรพรรดิโยนทิ้งลงหลุม แบบนี้ไม่ง่ายกว่าหรอครับ?

 

 

  1. ทำไมต้องฆ่าฮาน นี่มันหักหน้า ทรยศคนดูและแฟนๆชัดๆ

hansolo

มันเป็นการตายเพื่อสร้าง impact กับตัวละครและคนดู ดูอย่างภาคสี่ที่ลุงเบนตายดิ ก็เหมือนๆกัน กลับไปอ่านข้อสามนะ การตายของฮาน เมื่อถึงจุดๆนึง ไม่ภาคหน้าก็ภาคถัดไป ก็ต้องโดนหยิบยกมาพูดถึง หยิบยกมาเป็นประเด็นกลายเป็นตัวขับเคลื่อเฟรนไชร์ส ขับเคลื่อนตัวละครหน้าใหม่ๆทั้งเรย์และเร็น กลายเป็นตราบาป กลายเป็นแผลในใจให้เร็นไป ให้ทาย สุดท้ายก็ต้องได้เป็นหนึ่งในหนทางให้เร็นได้กลับมาสู่ทางสว่างแน่นอน

ใครสนใจบทความของต่างชาติที่ว่าด้วยหัวข้อนี้โดยเฉพาะก็ลิ้งค์นี้เลยครับ Why Han Solo’s Storyline In ‘Star Wars: Episode VII — The Force Awakens’ Had To Happen

 

  1. ฉากแอ็คชั่นน้อย

Star-Wars-7-Character-Guide-Finn-Rey

น้อยบ้าอะไร เปิดเรื่องมาแม่งก็ไล่ยิงกันแล้ว วิ่งกัน ยิงกัน ระเบิดกัน ขับยานกันทั่งเรื่อง เทียบกับภาคอื่นนี่ ภาคนี้ถือว่าแอ็คชั่นเยอะที่สุดก็ว่าได้แล้วมั้ง หรือถ้าเจ้าของข้อความนี้หมายถึงฉากแอ็คชั่นด้วยไลท์เซเบอร์ ไม่รู้ว่าพี่ท่านจะรู้มั้ย ในสตาร์วอร์สไตรภาคหลัก เจไดไม่ได้เป็นแกนหลักของเรื่องด้วยซ้ำ ฉากต่อสู้ด้วยไลท์เซเบอร์มีอย่างมากก็ภาคละฉาก แต่ถ้าเทียบกับ Prequels จะน้อยกว่าก็ไม่แปลก ก็ 3 ภาคนั้นตัวเอกและผองเพื่อนแม่งเป็นเจไดทั้งนั้น สมัยนั้นเจไดก็มีเป็นร้อย ไม่มีฉากต่อสู้ด้วยไลท์เซเบอร์ก็บ้าแล้ว

Star Wars: The Force Awakens Ph: Film Frame © 2014 Lucasfilm Ltd. & TM. All Right Reserved..

ที่นั่งๆเขียนมาเนี่ย ก็ไม่ได้อะไรหรอก แต่อยากให้เลิกเหอะ ไอ้การไม่นั่งด่า มานั่งจุกจิก ตัดสินหนังด้วยรายละเอียดเล็กน้อยบ้าบอน่ะ วิจารณ์ก็วิจารณ์ไปเหอะไม่มีใครว่าหรอก ก็ว่ากันไป หนังไม่ดีตรงที่เนื้อเรื่องนะ บทไม่ดีนะ ซ้ำซากเหมือนภาคเก่าจนเกินไป ตัวละครไม่มีการพัฒนานะ ซีจีแย่นะ ก็ว่ากันไป ไม่ใช่มา “ตัวร้ายโผล่มาลอยๆนะ” “ฆ่าตัวละครเก่าทิ้งได้ไง มันหักหลังคนดูนะ” “ไอ้ตัวนี้มันไม่เห็นเก่งเลย” ไม่ต้องมองใครอื่น เราก็เป็น ตอนประมาณม.2 ไม่ก็ม.3 เคยรีวิว Iron Man 3 ไว้ในบล็อกนี้แหละ ด่ายับ ชุดไม่เหมือนในคอมิคมั่ง ตัวนั้นอย่างนู้นตัวนั้นอย่างนี้ ได้พูดถึงตัวหนังมั้ย ไม่หรอก บ่นนู่นบ่นนี่ไปทั่วอย่างเดียว เห่อหมอยเป็นบ้า ตอนนี้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ละฮะ

สุดท้ายเลยนะ ก่อนจะบอกว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของอะไรน่ะ ถ้าต้องการจะเปรียบเทียบของเก่าใหม่ จะด่าจะว่าตรงไหน ศึกษาให้ดีหน่อย เก็บข้อมูลนิดนึง เพราะคนเขาหมั่นไส้ฮะ ยิ่งถ้าจะรีบออกตัวแรงแบบนี้ด้วยนะ

Advertisements

9 คิดบน “ก่อนจะด่า Star Wars: The Force Awakens โปรดกลับไปไตร่ตรองและย้อนดูภาคเก่าซักนิดนึง (สปอยไฟแลบ)

  1. อยากดูฉาก ฟันกันแนะนำไปดูclone warเอาละกัน ครับ
    หนัง ไม่พอทีจะเก็บรายะเอียด สตาวอ หรอกครับ: )
    (เรย์ ควบคุมพลัง ตัวเองได้ เก่งมาก เจไดท่านอื่นยังต้องฝึก )

  2. ตรงใจมากครับ
    (ไปดูหนังมา แล้วกลับมาอ่านพันทิปแอบรุ้สึดขัดใจพอสมควร)

  3. มันก็จริงที่ถ้าเทียบกับภาค 2-3 ฉากดวลกระบี่แสงนี่งั้นๆ มาก แต่ภาคนี้ฉากรบอากาศยานมันสุดเท่าที่เคยสร้างมาเลย (จริงๆ ก็ดีนะ มีให้เลือกดูได้หลายอารมณ์)

    แต่เรื่องที่ดูว่ามันง่ายๆ คิดว่ามันคือช่วงที่จะไปทำลาย อาวุธสุดยอดที่แม่งโคตรโกง (มันคือเดดสตาร์ที่ใหญ่ขึ้น ยิงแรงขึ้น แถมยิงทีเดียวหลายเป้า) ทีตอนภาค 4 การจะทำลายเดดสตาร์ต้องใช้ทั้งสายลับไปเอาแปลนมา ทั้งต้องจัดทัพใหญ่บุกเข้าไป (วนตั้งหลายรอบกว่าจะสำเร็จ) แต่ภาคนี้… เปิดตัวยิงแค่ทีเดียว แป๊ปเดียวก็โดนสตอมทรูปเปอร์ตัวนึงแฉซะหมดเปลือก

    ส่วนที่ฮาน โซโล ตายนี่ ที่มาโวยกันก็เพราะว่าฮานเป็นตัวละครที่หลายคนชอบ ในบรรดายอดมนุษย์ทั้งหลายในเรื่องนี้ ฮานเป็นคนธรรมดาๆ เพียงคนเดียว ที่เก่งกาจพอจะไฟท์กับพวกเก่งๆ อย่างดาร์กเวเดอร์ (ยิงแสกหน้าตอนภาค 5) แล้วยังรอดมาได้ (ฮา) เพราะงั้นพอตายก็ย่อมที่จะมีคนไม่พอใจเป็นธรรมดา

    และสุดท้าย Captain Phasma ที่ว่ากากนี่ ไม่ใช่เพราะไม่แสดงฝีมือหรอกนะ แต่เพราะมันโดนจับเป็นตัวประกันเอาง่ายๆ แถมโดนโยนทิ้งช่องขยะอีกต่างหาก (ฮานมันคงอยากเอาคืนที่ตัวเองโดนตอนภาค 4)

  4. ผมเห็นด้วนกับทุกสิ่งที่คุณว่ามาผมชอบนะไคโรเร็นตอนถอดหน้ากากมาก็เท่ออกผมว่าเร็นก็เก่งนะผมชอบฉากที่ใช้พลังหยุดสำแสงจากปืนตอนฉากแรกๆอะชอบมาก555

  5. คือ ที่อ่านๆมานะ ผมหมั่นไซคุณวะวิเคราะห์ได้เข้าข้างภาค7นี้มากไปป่าววะคับ ไปว่าคนอื่น “ไตร่ตรองและย้อนดู” คุณควรย้อนดูตัวเองบ้างนะ เอาแต่ใจตัวเองวะ ดีนะไม่ขึ้นพันทิปเขียนแบบนี้คนไม่ชอบเยอะ เอาแต่ใจชิบหาย ขอโทษนะพูดตรงๆเหมือนที่่คุณเขียนจากใจเลยจิงๆ เลิกวิจารณ์หนังไปเถอะเชือ่ผม เด็กน้อยจิงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s