Life is Strange: The Importance of Characters in Storytelling

maxresdefault.jpg

นอกจากภาพยนตร์หรือทีวีซีรีส์ หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูนแล้ว ผมว่าวิดิโอเกมก็เป็น medium ที่สำคัญตัวนึงของการเล่าเรื่องหรือ storytelling ที่ถูกมองข้ามนะ เมื่อพูดถึงเกม สิ่งแรกที่เราจะได้ยินจากผู้เล่นทั่วไปน่าจะเป็นเรื่องของเกมเพลย์ หรือไม่ก็กราฟฟิค เราเสพแต่ความสนุกเร้าใจ ภาพสวยงดงามระดับ 1080p โดยอาจจะลืมไปแล้วว่านอกจากสองสิ่งเหล่านี้แล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของสื่อมากมายหลายชนิด แก่นกลางของมัน สิ่งที่ทำให้เกมไม่ได้มอบแค่ความสนุกชั่วขณะครั้งแต่ติดตราตรึงผู้เล่นไปนานเท่านาน แท้ที่จริงแล้วคือเรื่องราว สตอรี่ และคาแรคเตอร์ของมัน หากไร้ซึ่งการดำเนินเรื่องสุดประทับใจและคาแรคเตอร์ที่น่าเอาใจช่วยอย่างโจลและเอลลี่ The Last of Us ก็คงไม่ต่างอะไรจากเกมซอมบี้ตามท้องตลาดทั่วไป หากขาดซึ่งโลกและเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ สตอรี่อันเข้มข้นและมิชชั่นมากมายที่ได้รับความใส่ใจในทุกรายละเอียด The Witcher 3 ก็อาจไม่พ้นที่จะเป็นได้แค่เกม RPG โอเพ่นเวิร์ลเกมนึงที่อีกไม่กี่เดือนก็ถูกลืมเลือน วิดิโอเกมแตกต่างจากสื่อทุกชนิด ที่ไม่ใช่แค่ให้คุณได้นั่งรับความบันเทิงอยู่อีกฝั่งนึงของจอทีวีหรือหน้ากระดาษ แต่ให้คุณสามารถได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์นั้นได้โดยตรง ได้เข้าไปสัมผัสโลกของเกม ได้ immerse ตัวของคุณเข้าไปในสตอรี่อันลุ่มลึกและทำความรู้จักกับตัวละครมากมายที่เข้ามาให้พบเจอ วิดิโอเกมที่ดีก็ควรจะเป็นเหมือนหนังดีๆซักเรื่อง ที่เมื่อคุณดูจบ คุณไม่ใช่แค่รีบลุกออกจากโรงแล้วกลับบ้าน แต่กลับนั่งดูเครดิตจนจบ นั่งซึมซับความคิด ไอเดียและความรู้สึกที่พบเจอ เกมที่ดีสำหรับผม ไม่ใช่แค่เกมที่มอบความสนุกเพลิดเพลิน แต่เป็นเกมที่ทำให้ผมแคร์ ทำให้ผมรักโลกของมัน รักคาแรคเตอร์ของมัน ให้การอำลา ไม่ใช่แค่เออสนุกจัง แล้วก็กดข้ามเครดิตปิดเกมนอน แต่มอบความรู้สึกให้กับผม ทั้งสุข และเศร้า ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วครู่ที่สองสามชั่วโมงก็หายไป แต่เป็นความรู้สึกประทับที่จะตราตรึงกับผมไปอีกนาน และนั่นคือสิ่งที่ Life is Strange มอบให้กับผม

(บทความเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเกม Life is Strange, The Walking Dead Season 1-2, Game of Thrones และภาพยนตร์ Lucy)

Life is Strange เป็นเกม choice-based adventure game แบบ 5 ตอนจบ ว่าด้วยเรื่องราวของ Max Caulfield เด็กนักเรียนม.ปลายผู้ค้นพบว่าตัวเองมีพลังในการย้อนเวลา การกลับมาเรียนในบ้านเกิดทำให้เธอได้พบกับ Chloe Price สาวพังค์เพื่อนซี้วัยเด็กของเธอ ทั้งสองได้สานสัมพันธ์และต้องร่วมกันไขปริศนาเมื่อเพื่อนคนนึงของโคลอี้หายตัวไปอย่างลึกลับ และหยุดยั้งภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาก่อนที่มันจะทำลายทุกสิ่งferal-interactive-ports-life-is-strange-to-linux-and-mac-episode-1-is-now-free-506584-2.jpg

นับตั้งแต่ TellTale ประสบความสำเร็จในการเข้ามาปฏิวัติเกม genre การผจญภัยแบบ choice-based point and click เกมในแนวเดียวกันมากมายทั้งจากเจ้าตัวและผู้พัฒนาเจ้าอื่นก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ความสำเร็จของ The Walking Dead Season 1 เป็นตัวจุดประกายและดึงความสนใจของผู้เล่นจำนวนมากให้หันหน้าเข้ามาทดลองเกม genre นี้ ทั้ง Walking Dead Season 2, The Wolf Among Us, Game of Thrones, Tales from the Borderlands, Until Dawn และอื่นๆอีกมากมาย Life is Strange ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นของ genre ที่กำลังได้รับความนิยมนี้ Life is Strange กลับบรรลุสถานะ cult hit และได้รับคำวิจารณ์ในด้านบวกสูงลิ่วเมื่อเทียบกับคู่แข่งมากมาย ทั้งที่ไม่ใช่เกมที่สร้างจากเฟรนไชร์ชื่อดังแต่อย่างใด เพราะเหตุใด Life is Strange ถึงสามารถเอาชนะใจผู้เล่นทั่วโลกได้ ทำไมในความคิดเห็นของผม Life is Strange ถึงสร้างความประทับใจ และเอาชนะเกม TellTale ทั้งหมดทั้งปวง ผมว่าผมมีคำตอบครับ2764770-8296516960-image.jpg

ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดอย่างนึงของสื่อเมนสตรีม หนังบล็อคบัสเตอร์ และเกม AAA มากมาย คือคาแรคเตอร์ คือตัวละครครับ มันเป็นเรื่องพื้นฐานเลย เราไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอก จากหนังบล็อคบัสเตอร์ซักเรื่องนึง บทไม่ได้จำเป็นต้องเทพระดับหนังออสการ์ cinematography ไม่ต้องถึงขั้นลุงเอ็มมานูเอล ลูเบสกี้ แต่ขอแค่คาแรคเตอร์มันดีอ่ะ ขอแค่ protagonist มีสตอรี่ไลน์ที่โอเค คาแรคเตอร์เติบโตไปกับเรื่อง มีพัฒนาการ มี characterization อะไรก็ได้ที่สามารถทำให้คนดู sympathize ไปกับมันได้ตลอดทั้งเรื่อง ตัวละครที่ดีที่สุดไม่ใช่ตัวละครที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่มนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบเลิศเลอ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่มีความรู้สึกนึกคิด มีข้อผิดพลาด มีปมนั่นแหละ คนดูและผู้เล่นไม่สามารถที่จะเอาใจช่วยหรือ sympathize กับคนที่ไม่มีข้อบกพร่องได้หรอกครับ

life_is_strange_34.jpg

ผมอยากยกตัวอย่างหนังดังเรื่องนึงในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมาอย่าง Lucy ที่แสดงโดยสการ์เล็ตให้เห็นภาพนะครับ Lucy โดยรวมไม่ใช่หนังที่แย่อะไร ดูเพลินๆสนุกๆไม่ได้มีอะไรน่าจดจำเป็นพิเศษ สิ่งนึงที่ผมรู้สึกว่าเป็นจุดบอดสำคัญคือตัวละครเอกอย่างลูซี่นี่แหละ ตอนแรกลูซี่ก็เป็นตัวเอกธรรมดา ชีวิตดูน่าเศร้าน่าเอาใจช่วย มีความอ่อนแอ เจ็บได้ตายได้เหมือนคนทั่วไป ซึ่งมันมาเปลี่ยนในช่วงท้ายขององค์แรกที่เธอเข้าโหมดเหนือมนุษย์อ่ะ stake และ vulnerability ของเธอหายไปหมด เธอกลายเป็น Mary Sue ตัวละครที่เก่งเกินไปจนมันไม่มีความสนุกในการเอาใจช่วยเธออีกต่อไปแล้ว จะลุ้นฉากยิงต่อสู้ไปทำไมในเมื่อเธอตอนนี้ก็ยิงไม่ตายแล้ว จะลุ้นฉากขับรถไล่ล่าทำไมในเมื่อสุดท้ายเธอก็คงขับไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยอยู่ดีlucy2.jpg

มันคือเหตุผลที่ทำไมเด็กผู้ชายอย่างเราถึงหลงรักการ์ตูนอย่าง Dragon Ball อ่ะครับ โกคูถึงแม่งจะเก่งแค่ไหน แต่ตั้งแต่ภาคแรกยัน Super เค้าก็ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดอ มันเป็นเรื่องปกติในมนุษย์เราที่จะเอาใจช่วยและเชียร์ตัวเอกให้ก้าวข้ามอุปสรรคและเอาชนะปัญหา พัฒนายิ่งๆขึ้นไป เป็นธรรมชาติของเราที่อยากเห็นคาแรคเตอร์ประเภท underdog หรือม้ามืดชนะและประสบความสำเร็จทั้งในการ์ตูน หนัง เกมหรือแม้แต่กาากีฬา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ความรู้สึกแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าตัวละครของคุณเป็นที่ 1 อยู่แล้ว สมบูรณ์แบบดีพร้อม ปัญหาใดๆไม่มีทั้งสิ้น คุณอาจจะสนุกกับมันได้ชั่วครู่ แต่คุณจะไม่สามารถที่จะมี emotional connection ใดๆกับคาแรคเตอร์นั้นได้เลย จะลุ้นไปทำไม จะเชียร์ไปทำไม ถ้าในสตอรี่มันไม่มี conflict ให้เราร่วมเอาใจช่วยไปกับตัวละครเอกเหล่านั้นเลย

a5f817dbc03ea28c75d3a61f5e69c74483eede28_hq.jpg

Max Caulfield เป็นคาแรคเตอร์ที่ผมรักมาก ในช่วงเวลา 5 ตอน เกือบ 16 ชั่วโมงที่ผมใช้ไปกับเกม ผมรู้สึกผูกพันกับนางเอกของเรื่องเรามากๆ อาจเป็นเพราะจำนวนเวลาทั้งหมดที่ผมใช้ร่วมไปกับเธอ ตรงนี้คือจุดที่เกมหรือซีรีส์จะได้เปรียบกว่าหนังหรือหนังสือนิยายนะ ตรงที่เวลาที่เราได้ใช้ไปกับตัวละครมันสูงกว่ากันมากๆ อย่างหนัง เรามีเวลาอย่างมากก็ซัก 3 ชั่วโมงที่จะทำความรู้จัก เรียนรู้และมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครนั้นๆ ผิดกับเกมหรือซีรีส์ที่เราต้องใช้เวลาร่วมกันไปอีกหลายสิบชั่วโมงน่ะ เวลาอาจเป็นปัจจัยหนึ่งแต่ไม่ใช่เสมอไปนะ เกมบางเกมผมมองว่าจำนวนชั่วโมงก็ไม่ได้สามารถที่จะสร้างสายสัมพันธ์ผู้เล่น-ตัวละครได้เลย หากเกมๆนั้นขาดซึ่ง characterization หรือ narrative ที่คงเส้นคงวา ผมใช้เวลาไปกับ Fallout 4 ร้อยกว่าชั่วโมง แต่ในช่วงเวลาเหล่านั้น ผมไม่อาจที่จะรู้สึกมีอารมณ์ร่วมหรือ sympathize กับคาแรคเตอร์ lone survivor และคนรอบตัวของเขาได้เลย เกมไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา คาแรคเตอร์ที่จืดราวกับน้ำต้มผัก emotional scene ที่ล้มเหลวในทุกๆด้าน ล้วนมาจากปัญหาที่ว่าเกมมันขาด characterization สิ่งที่ชั่วโมงเล่นไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้เลย

แม็กซ์มีคุณสมบัติทุกอย่างของ protagonist ที่ดีสำหรับผมเลยล่ะ แม็กซ์แม่งเป็นคาแรคเตอร์ที่โคตรบอบบาง การมีพลังพิเศษในการย้อนเวลาไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของเธอง่ายขึ้นหรืออันตรายน้อยลงเลยแต่อย่างใด แม็กซ์เป็นคาแรคเตอร์ที่ผมรู้สึกว่ามีความ relatable มากๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะ ว่านอกจากเราจะเอาใจช่วยเธอในการผจญภัยต่างๆนานาแล้ว ร่วมเชียร์ให้เธอก้าวข้ามอุปสรรคและปัญหาแล้ว เรายังสามารถที่จะ relate และ sympathize ไปกับความรู้สึกนึกคิดของเธอได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ตลอดเวลาทั้งเกมที่เราร่วมการเดินทางไปพร้อมกับเธอ เราได้ยินเสียงของเธอบรรยายทุกๆอย่าง (ทุกๆอย่างจริงๆ ไม่เหมือนเกม TellTale เกมอื่นๆที่เราแค่เดินไปมองของชิ้นนู้นชิ้นนี้เพื่อหาชิ้นส่วนพัซเซิลข้ามไปเลเวลต่อไป แม็กซ์บรรยายทุกอย่างนับตั้งแต่โปสเตอร์ห้องนอนเลยยันสภาพอากาศเลยล่ะ) เราได้รับรู้ความสุข ความเศร้า เพราะเราได้เข้าไปอยู่ในหัวของแม็กซ์ตลอดเวลา และการที่เธอเป็นเด็กนักเรียนม.ปลาย มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันง่ายที่จะ relate กับชีวิตและความรู้สึกเธอนะ ในฐานะที่เราก็อายุไล่เลี่ยกัน ผมก็พึ่งผ่านช่วงชีวิตม.ปลายมาได้แค่ปีเดียว ชีวิตเด็กม.ปลาย ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตวัยเด็ก และก้าวแรกสุดของชีวิตผู้ใหญ่มันเป็น big deal มากๆอ่ะ เราคิดว่าเราโตแล้ว เราคิดว่าเรากล้าแข็งพร้อมเผชิญโลก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นช่วงเวลานึงในชีวิตมนุษย์เราที่สภาพจิตใจเปราะบางมากๆเลยล่ะ ความคาดหวังจากคนรอบข้าง ความรับผิดชอบ ความเป็นผู้ใหญ่ที่ถาโถมเข้ามา ทั้งที่ภายในจริงๆแล้วเราก็ยังเป็นเราคนเดิมไม่เปบี่ยนแปลงอะไร ตลอดช่วงเวลา 5 ตอนในเกม แม็กซ์ต้องผ่านช่วงเวลาร้ายๆนับไม่ถ้วน เพื่อนพยายามฆ่าตัวตาย การถูกกลั่นแกล้งจากคนรอบข้าง เพื่อนตาย ความคาดหวังที่แบกรับ ต้องผ่านการตัดสินใจครั้งใหญ่นับไม่ถ้วน แม็กซ์ต้องแบกรับ emotional weight มากมายมหาศาลเกินกว่าสำหรับเด็กอายุ 18 ปีคนนึงจะรับไหว แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มและสู้ต่อไป เพื่อเพื่อนรักของเธอและคนรอบตัว ในเกมอื่น ผมอาจจะรู้สึกเศร้านิดหน่อยเมื่อตัวละครเอกตาย แต่ในเกมนี้ แค่แม็กซ์จะร้องไห้ ผมก็จะร้องตามแล้ว

personagens-femininas-nos-games-max-life-is-strange-2.jpg

นอกจาก protagonist แล้ว supporting cast และโลกของมันก็มีความสำคัญมากด้วย Arcadia Bay ไม่ได้เป็นแค่เลเวลๆนึงในเกม แต่มันมีความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่จริงๆ เป็นเมืองจริงๆที่มีฟีลลิ่งและ aesthetic ที่ unique เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มันไม่ใช่แค่เมืองจืดๆที่ไร้ซึ่งอัตลักษณ์ แต่เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา ตลอดเวลาตั้งแต่เปิดเกมจนถึงวินาทีสุดท้าย อาร์เคเดียเบย์มีความลึกลับ มี vibe สยองขวัญเบาๆ มีความรู้สึกว่าเมืองท่าเมืองเล็กๆเมืองนี้ ที่ท่าทีด้วยสดใสไร้พิษภัย กำลังกุมความลับดำมืดบางอย่างอยู่รอให้เราค้นหา บิ๊วด้วยเพลงอินดี้ที่เมื่อเล่นจบต้องไปหาโหลดติดมือถือเอาไว้ รวมไปถึงงานภาพ cinematography สวยๆอีก

Blackwell_Academy-02.jpg

และเมืองย่อมขาดผู้อยู่อาศัยไม่ได้ supporting cast หรือ NPC ใน Life is Strange มันไม่ใช่แค่ NPC กิ๊กก๊อกที่ไม่มีค่าแต่อย่างใด แม็กซ์เป็นตัวละครเอกที่ดีเช่นไร โคลอี้, เคท, เนธาน, วิคตอเรีย, แฟรงค์และตัวละครอื่นก็เป็นตัวละครสมทบที่ดีเช่นนั้นเหมือนกัน ตัวละครสมทบเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับ หากไม่มีฮิทเกิร์ล ก็คงไม่มีคิกแอส หากไม่มีมอร์เฟียส ก็คงไม่มีนีโอ ซึ่งหากไม่มีโคลอี้และผองเพื่อน ก็คงจะไม่มีแม็กซ์เช่นกัน Life is Strange นอกจากจะเป็น sci-fi adventure แล้วมันเป็น high school melodrama ด้วย ตัวละครหลายๆตัวมองอย่างผิวเผินแล้ว ลงล็อกคาแรคเตอร์สุดคลิเช่ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นแนว good girl, punk girl, queen bee หรือ asshole แต่สิ่งที่มันแตกต่างจากหนังหรือเกมแนวนี้ทั่วไปคือคาแรคเตอร์ของ Life is Strange มันมีมิติครับ คาแรคเตอร์ทุกตัวมันมีเลเยอร์ของมัน มีความลุ่มลึกและมีความรู้สึกนึกคิดไม่ได้ต่างจากนางเอกอย่างแม็กซ์เลย นางร้ายอย่างวิคตอเรีย หรือไอ้ขี้ยาอย่างแฟรงค์มีเหตุผลที่ทำให้พวกเขาร้าย ในตอนแรกๆเราอาจจะโกรธและเกลียดพวกเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกบทสนทนาเราค่อยๆปอกเปลือกของพวกเขาออกช้าๆ เราได้เรียนรู้ถึงความอ่อนแอและ vulnerability ของพวกเขา เหตุผลและสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จนอดไม่ได้ที่เราจะรู้สึกร่วมไปกับเขา sympathize ไปกับพวกเขา และปฏิบัติกับพวกเขาราวกับพวกเขาเป็นคนจริงๆที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่แค่ npc ในเกมที่แข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ มีไว้เพื่อบอกใบ้หรือให้เควส

2016-01-23_00017.jpg

โคลอี้เป็นตัวละครสำคัญอีกคนนึงที่ผมคงไม่พูดถึงไม่ได้ หากแม็กซ์คือเลอา สกายวอล์คเกอร์ โคลอี้ก็คงจะเป็นฮาน โซโล หากแม็กซ์คือเชอร์ล็อค โคลอี้ก็คงจะเป็นหมอวัตสัน หากพูดถึง Life is Strange และแม็กซ์ คอลฟิลด์ เราไม่มีทางที่จะไม่พูดถึงโคลอี้ ไพร์สได้เลย ด้วยความที่สตอรี่และ conflict ทั้งหลายทั้งปวงตลอดทั้งเกม ล้วนเกินขึ้นจากและวนอยู่รอบตัวโคลอี้ทั้งสิ้น รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองเพื่อนรักนี้ ที่เป็นเสาค้ำจุนเกมทั้งเกมนี้ให้ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางลมพายุ กล่าวได้ว่าคาแรคเตอร์ของโคลอี้นั้น มีความสลับซับซ้อนและ complex พอๆกับจนอาจจะมากกว่านางเอกของเราเสียด้วยซ้ำ ชีวิตของโคลอี้ไร้จุดหมายและเปี่ยมไปด้วยความเศร้าหมอง พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก เพื่อนรักที่สุดของเธอทิ้งเธอไปเรียนต่างเมืองเป็นเวลาหลายปี แม่ของเธอแต่งงานใหม่กับผู้ชายที่เธอเกลียดขี้หน้า เธอหันมาสูบบุหรี่ เล่นยา ชีวิตของเธอมีแต่ดิ่งลงเหวเรื่อยๆจนกระทั่งเธอได้พบกับ Rachel Amber เพื่อนรักคนใหม่ที่ช่วยฉุดรั้งเธอขึ้นมาจากหุบเหว ทุกอย่างในชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งวันหนึ่งที่เรเชลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกอย่างกลับมาเลวร้ายลงเรื่อยๆ ชีวิตไม่เคยแฟร์กับเธอ จนกระทั่งจุดเริ่มต้นของเกมที่แม็กซ์ เพื่อนรักวัยเด็กของเธอกลับมายังอาร์เคเดียเบย์เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และช่วยออกค้นหาความจริงเรื่องเรเชลร่วมไปกับเธอ

โคลอี้คืออีกตัวอย่างนึงของคาแรคเตอร์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ เธอมี flaw มีความผิดพลาดของมนุษย์ ไม่มีอะไรดีเข้ามาในทางของเธอเลย ชีวิตของเธอมีแต่ความเศร้า จนกระทั่งวันที่เพื่อนรักของเธอกลับมาที่เราได้เริ่มเห็นรอยยิ้มของเธอ ชีวิตของเธออาจจะเละเทะไม่มีชิ้นดี แต่เธอก็พร้อมที่จะให้อภัยและเรียนรู้ไปกับเพื่อนรักของเธอ เธอคือตัวอย่างของชีวิตมนุษย์ที่ไม่ได้เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่เธอก็ค่อยๆเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตและทำให้ทุกวันของเธอมีค่า เราผู้เล่นทุกคนแหละสามารถ relate กับโคลอี้ได้ไม่ยาก ชีวิตมนุษย์เราไม่มีคำว่าแฟร์หรอกครับ โลกไม่เคยรอเรา โลกเป็นแค่ดาวเคราะห์กลมๆที่ไม่ได้แคร์อะไรเราทั้งนั้น ชีวิตมันโหดร้าย เราทุกคนต่างต้องล้มลงกันทั้งนั้น แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันแล้วลุกขึ้นมาด้วยตัวเองและความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เช่นเดียวกับโคลอี้กันทั้งนั้น ชีวิตของเธอเคยไร้จุดหมาย แต่ตลอดการเดินทางร่วมกับแม็กซ์ตลอดทั้งเกม ในที่สุด ในช็อยส์สุดท้ายที่เราต้องเลือกในเกม โคลอี้ก็ได้ค้นพบตัวเอง เธอมีจุดหมายที่แน่นอน ชีวิตอาจจะไม่แฟร์กับเธอ แต่เธอก็เรียนรู้ที่จะ come to terms กับความไม่แฟร์นั้น และยอมรับชะตากรรมของเธอ นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่า characterization และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำให้ผมนั่งร้องไห้เป็นเด็กจนเครดิตเลื่อนจนจบ

life-strange.png

สิ่งที่เกมทำได้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดมากมายคือความรู้สึกว่ามันมีเดิมพัน ทุก conflict ที่เกิดขึ้นมันมีบางสิ่งที่อาจจะต้องเข้าแลก มันมี stakes มากมายอยู่ตรงหน้าที่ทำให้ผลพวงที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเรามันคาดเดาได้ยาก ซึ่งนั่นน่าจะเป็นผลมาจากการที่เกมมันเป็น original story นั่นแหละครับ การที่มันเป็นสตอรี่ใหม่ที่ถูกแต่งขึ้นมาใหม่สำหรับเกมๆนี้โดยเฉพาะ ทำให้เกมไม่มีกรอบ ข้อจำกัดมันน้อย ผู้พัฒนาหรือผู้แต่งย่อมมีอิสระในการสร้างสรรค์เรื่องราวออกมาเพื่อนำเสนอสตอรี่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีเมสเสจที่ต้องการจะแชร์อย่างชัดเจน ด้วยความที่มันออริจินัล ผู้เล่นไม่มีทางรู้ก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น การกระทำของเราจะมีผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่น่าตื่นเต้นครับ ที่ทุกอย่างมันมีความ unpredictable ในตัวของมัน มันเป็นสิ่งนึงที่ผมว่าเกม TellTale คู่แข่งสำคัญยังขาดอยู่นะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเกม Game of Thrones นี่แหละ โดยรวมเป็นเกม TellTale ที่ดีและสนุกมากเกมนึงนะ แต่สิ่งนึงที่ผมรู้สึกตลอดทั้งเกมคือมันแทบไม่มี stakes เลย ช็อยส์ที่ผมเลือกรู้สึกไร้ผลที่ยืนยาว ด้วยความที่มันมีกรอบของตัวทีวีซีรีส์กำกับอยู่อย่างชัดเจน ช็อยส์แต่ละข้อ เราเลือกไปจะมีผลอะไร ในเมื่อเราเห็น outcome ทั้งหมดอยู่ในซีรีส์ช่อง HBO อยู่แล้ว เราจะเลือกช็อยส์พยายามแทง Ramsay Bolton ทำไมในเมื่อเรารู้ว่าพยายามแทงมันไปมันก็ไม่ตาย เพราะมันยังเดินเริงร่าอยู่ในวินเทอร์เฟลในซีรีส์ซีซั่นที่ผ่านมาตอนเกมออกอยู่เลย รวมไปถึงการกระทำโดยรวมทุกอย่างของเราทั้งเกม ที่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเราจะพยายามไปทำไม ในเมื่อทุกอย่างก็ไม่มีผล เรื่องราวในเวสเทอรอสก็ดำเนินต่อไปในซีรีส์ ตระกูลฟอร์เรสเตอร์ของเรามีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ทั้งหมดมั้ยก็ไม่ เราเป็นได้แค่ไซด์สตอรี่ที่ไม่ได้ canon เลยด้วยซ้ำ เป็นเหมือนคอมิคเล่ม tie-in ของอีเวนต์ใหญ่ ที่อ่านหรือไม่ก็แทบจะไร้ผลกับสตอรี่หลัก รู้ไปก็เท่านั้น จะเล่าเรื่องอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้ จะหลุดโลกให้ฟอร์เรสเตอร์ยึดบันลังก์เหล็กเลยก็ไม่ใช่ เพราะมันมีกรอบของสตอรี่หลักมากำกับและกำหนดทิศทางทุกฝีก้าว พยายามหาช่องว่างเพื่อเสียบสตอรี่นี้ลงไปให้ลงล็อกโดยไม่กระทบสตอรี่หลักได้ก็บุญโขแล้ว ซึ่งผิดกับ Life is Strange ที่เป็นเหมือนนิยายแบบจบในเล่มอ่ะครับ ที่ผู้เขียนมีอิสระเสรีในการสร้างสรรค์เรื่องราวออกมาอย่างเต็มที่และได้สื่อทุกอย่างที่ต้องการจะสื่อออกมาโดยไม่มีกรอบใดๆมากำหนด นั่นแหละ storytelling ที่ effective ที่สุดสำหรับผม

LifeStrange_11.jpg

หลายๆคนอาจจะกล่าวว่า mechanic การย้อนเวลาเป็นตัวบั่นทอน ทำลายความลุ้นหรือ tension ออกไปจากเกม ที่ทางเลือกส่วนใหญ่ของเกมที่คุณตัดสินใจทำลงไปสามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ตามความต้องการ ผิดกับเกม TellTale ที่ทุกการตัดสินใจเป็นอันสิ้นสุด ผมว่ามันก็จริงอยู่ส่วนนึงนะ แต่ผมชอบเมคานิคนี้ที่ถูกเอามาใช้ในการแก้ไขพัซเซิลต่างๆนานาเลยแหละ มันอาจบั่นทอน tension ลงไปบ้าง แต่ในแง่ของการเล่าเรื่อง เมื่อถึงจุดๆนึง มันโชว์ให้เห็นถึงความอ่อนแอ และในเวลาเดียวกัน ความเข้มแข็งของแม็กซ์เลยล่ะ ในตอนเริ่มแรก แม็กซ์ค้นพบพลังและใช้มันเพื่อช่วยเหลือทุกคนรอบข้าง พลังของเธออาจจะไม่ได้ไร้ขีดจำกัด แต่ที่เธอสามารถทำทุกอย่างในช่วงสองตอนแรกได้ แม่กระทั่งช่วยชีวิตโคลอี้จากเนธาน ก็ล้วนมาจากความสามารถของเธอทั้งสิ้น จนกระทั่งมาถึงจุดสำคัญตอนท้าย episode ที่สองที่ Kate Marsh ขึ้นไปบนหลังคาตึกเพื่อโดดลงมาฆ่าตัวตาย ตลอดเวลานี้แม็กซ์มีพลังคอยซัพพอร์ทเธออยู่เสมอ จนกระทั่งในจุดนี้ที่อยู่ๆเธอต้องพึ่งตัวของเธอเองคนเดียว โดยไม่มีพลังเข้ามาเกี่ยวข้อง จากมนุษย์วิเศษที่น่าจะสามารถช่วยเคทลงมาจากตึกได้ในพริบตา กลายเป็นแค่เด็กผู้หญิงม.ปลายธรรมดาคนนึง แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดแม็กซ์ที่รีบวิ่งขึ้นดาดฟ้าเพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมเพื่อนของเธอลงมาอย่างปลอดภัย ถ้าให้ผมเลือก sequence นึงในเกมๆนี้ จาก episode ไหนก็ได้ ผมคงเลือกซีนบนหลังคาของแม็กซ์กับเคทนี่ให้เป็นจุดที่ตึงเครียดที่สุดของเกมแล้ว หลังจากให้เราหลงระเริงไปกับพลังและความสามารถเหนือมนุษย์ของเรามาเกือบสองตอนเต็มๆ นี่เป็นจุดแรกของเกมที่ทำให้เรารู้สึกอ่อนแอลงอย่างถึงที่สุด จุดที่เราจำเป็นต้องใช้พลังที่สุด กลับเป็นจุดที่ไร้ประโยชน์ที่ เราต้องพึ่งพาตัวของเราเอง พึ่งพาตัวของแม็กซ์เอง มันเครียดมากๆ จะเกิดข้อผิดพลาดใดๆไม่ได้ เมื่อชีวิตของคนๆนึงซึ่งเป็นเพื่อนของเราเป็นเดิมพันและเราไม่มีอำนาจที่จะกลับไปแก้ไขได้ ผมนั่งกอดหมอนข้างซะแน่น ทุกก้าวที่เคทเขยิบเข้าใกล้ขอบระเบียง ผมแทบจะหายใจไม่ทั่วท้อง แทบจะไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ จนกระทั่งในที่สุดแม็กซ์ก็สามารถช่วยเคทลงมาได้สำเร็จ เป็นจุดหักเหสำคัญของเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตทุกคนมัน on edge ตลอดเวลา ความตายและความโศกเศร้าอยู่ทุกหัวระแหง และนี่พึ่งจะจบแค่ episode ที่ 3 เท่านั้น

lis_hg_6.jpg

ทุกอย่างบิ๊วมาจนถึงช็อยส์สุดท้าย ทางเลือกซ้ายขวาที่เราต้องตัดสินใจ การเดินทางอันแสนยาวนานตลอด 5 ตอน 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา คาแรคเตอร์ทุกคนที่เรารู้จักและผูกพัน รอยยิ้มและน้ำตาของแม็กซ์และโคลอี้ที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านมาด้วยกัน มาจนถึงทางเลือกสุดท้าย คุณจะยอมเสียสละโคลอี้ เพื่อนรักที่สุดของคุณ หรือจะเสียสละเมืองทั้งเมือง ชีวิตผู้คนบริสุทธิ์นับพันนับหมื่น และเพื่อนอีกมากมายหลายคนที่ได้พบเจอ

จุกครับ มันไม่ใช่อะไรที่ unexpected เลย เป็นตอนจบที่ผมคาดเดาและมองเห็นมาตั้งแต่ไกลแล้ว แต่ก็อดที่จะรู้สึกใจหายไม่ได้จริงๆ ที่มาถึงจุดๆนึงที่เราต้องเลือกระหว่างชีวิตของเพื่อนรักที่สุดของเรา หรือชะตากรรมของคนทั้งเมือง ท้ายที่สุดผมก็เลือกที่จะเสียสละโคลอี้ มันอาจจะเศร้า ซึ่งมันเศร้ามากด้วย แต่ก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่ามันคือทางเลือกที่ถูกต้อง และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เป็นเส้นทางที่ถนนทุกเส้นชี้นำมาตั้งแต่เริ่มต้นจนตอนสุดท้าย มันเป็นจุด closure ที่ปิดฉาก story arc ของทั้งแม็กซ์และโคลอี้ได้อย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ ในทุกสตอรี่ คาแรคเตอร์สำคัญทุกคนจะต้องมีการเดินทาง การเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านของทัศนคติ ความคิด หรือการกระทำ คาแรคเตอร์ในจุดเริ่มต้นจะต้องไม่ใช่คาแรคเตอร์คนเมื่อเรื่องราวมาถึงจุดสิ้นสุด แม็กซ์เป็นคนดี เป็น traditional hero ที่พยายามช่วยเหลือทุกคนรอบตัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ การที่เธอใช้พลังพิเศษในการย้อนเวลา ก้าวเข้าไปช่วยชีวิตของโคลอี้ในห้องน้ำในครั้งแรกนั้น ก่อให้เกิด butterfly effect ที่จะคร่าชีวิตผู้คนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มากมาย โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้วว่าโคลอี้ ไพร์สต้องตาย กาลเวลาไม่ใช่สิ่งที่คุณสามารถจะแก้ไขได้โดยไม่ต้องชดใช้ราคาแพง แต่โชคชะตาก็ถูกแม็กซ์เข้ามาแก้ไขขัดขวาง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่โคลอี้ต้องตกอยู่ในอันตราย ความตายของโคลอี้คือสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขได้ แต่นั่นคือความจริงที่แม็กซ์ไม่อาจยอมรับและพยายามที่จะแก้ไขอย่างถึงที่สุด ทุกครั้งต่างแย่ลงๆ จนกระทั่งโชคชะตาส่งทอร์เนโดมาถล่มอาร์เคเดียเบย์ เป็น last resort สุดท้ายเพื่อฆ่าโคลอี้ เป็นตัวบีบคั้นให้แม็กซ์ต้องเลือกระหว่างชีวิตของโคลอี้หรือคนอื่นๆในเมือง เป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นชัดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นฝีมือของแม็กซ์ และมีแค่ตัวเธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ ซึ่งถ้าเราเลือกเสียสละโคลอี้ ย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง แล้วนั่งอยู่นิ่งๆไม่เข้าขัดขวางสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มันก็จะเป็นตัวปิดอาร์คของแม็กซ์ ที่ในที่สุดก็เรียนรู้ว่ามนุษย์เราไม่อาจฝืนโชคชะตา และไม่มีอำนาจที่จะเอาชนะความตาย

2793209-6610832222-lis-4.jpg

ในส่วนของสตอรี่อาร์คของโคลอี้ อย่างที่ผมกล่าวไปข้างบน ชีวิตของโคลอี้ตลอดมามันไร้จุดหมาย เธอไม่มีเป้าหมายอะไรในชีวิตที่แน่นอน เอาแต่โทษชีวิตและทุกอย่างรอบตัวที่ไม่เคยแฟร์กับเธอ มาจนถึงจุดไคลแมกซ์ที่ในที่สุดเธอก็มาถึง the moment of clarity และตระหนักถึงสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เธอยอมรับชีวิตของเธอและความไม่ยุติธรรมของมัน เธอค้นพบตัวเองและในเวลาเดียวกันก็พบเป้าหมายที่แท้จริง สิ่งที่เธอต้องทำ เธอยอมรับชะตากรรมและจากแม็กซ์ไป ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำดีๆและความสุขที่ทั้งสองมีร่วมกันตลอดช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ได้กลับมาพบกัน เสียงปืนของเนธานดังลั่น โคลอี้ล้มลง แม็กซ์และผมร้องไห้ไปด้วยกัน

มันเป็นโมเม้นต์ที่ผมไม่เคยได้สัมผัสจากเกมอื่นมาก่อน เป็นความรู้สึกสุขปนเศร้าที่ยากจะอธิบาย เป็นความหวานปนขมที่ยากจะลืมเลือน ปาดน้ำตาร่วมงานศพของโคลอี้ ก่อนที่เจ้าผีเสื้อสีฟ้าบินจะลงมาเกาะ เป็นแสงแห่งความหวังเล็กๆ ก่อนกล้องจะซูมเข้าไปที่หน้าแม็กซ์แล้วเฟดออกอย่างช้า การผจญภัยร่วมทุกร่วมสุขของแม็กซ์ โคลอี้ และผมจบลงอย่างสมบูรณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่วมทำมาตลอดห้าตอนอาจจะถูกรีเซ็ตหายไป ไม่เคยได้เกิดขึ้น แต่ความทรงจำทุกอย่างของการเดินทางครั้งนี้ มันเป็นของจริง ทุกประสบการณ์ และตัวของโคลอี้จะอยู่ใจแม็กซ์และเราเสมอ

 

26lis10.jpg

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่า Life is Strange กินขาดเกม TellTale ทุกเกม แม้กระทั่งอย่าง The Walking Dead Season 1 ที่เป็นผลงานชิ้นที่ดีที่สุดของพวกเค้าในสายตาของผม คือความรู้สึกที่ว่าช็อยส์ทุกช็อยส์มันมีความหมายอ่ะ ทุกตัวละครมันเชื่อมโยงถึงกัน และ emotional connection ของผู้เล่นที่มีต่อตัวละครมันมีความหมาย ทุกการตัดสินใจเราจะต้องนึกถึงความสัมพันธ์ที่เรามีต่อคนอื่นและ emotional weight ที่ตามมา ที่มีผลกับตัวแม็กซ์ ทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจอะไรหนักๆมันถึงตัดสินใจยาก ขนาดตัวเกมยังไม่มี timer มาจับเวลาเมื่อต้องตัดสินใจอะไรทั้งนั้นเพราะเขารู้ว่ามันยากที่จะต้องเลือกอะไรที่มันเป็นเรื่องของความเป็นความตาย มันถึงเศร้าหนัก มันถึงกัดกินหัวใจคนดู ผมเล่นเกมมันจบมา 4-5 วันแล้ว จนถึงตอนนี้ผมยังอดรู้สึกเศร้าไปกับตอนจบของเกมไม่ได้ ผมยังคงเปิด soundtrack วนไปวนมาอยู่เรื่อยๆ ยังคงรู้สึกประทับใจกับเกมได้ไม่หาย จนยกให้เป็นหนึ่งในเกมในดวงใจตลอดกาลไปแล้ว

ไม่เหมือนกับเกมของ TellTale (ผมไม่ได้บอกว่ามันแย่นะ) ที่ผมรู้สึกว่าช็อยส์มันเป็นแค่ illusion หลอกตาให้เราตายใจ ช็อยส์บางข้อที่ไม่ว่าจะเลือกอันไหนก็นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ออกมาเหมือนกัน ยกตัวอย่างตอนจบของ Game of Thrones Ep. 1 ที่ไม่ว่าจะยังไง อีธานก็ต้องตาย หรือใน The Walking Dead Season 2 ที่ช็อยส์ไว้ชีวิตมีไปก็เท่านั้น เพราะอีกไม่กี่อึดใจ ยังไม่ทันจบตอน ตัวละครที่เราไว้ชีวิตไปก็ตายอยู่ดี และสิ่งที่ผมสังเกตว่าเป็นกลยุทธ์ที่ TellTale ใช้บ่อยมากๆคือมันอาศัย shock value ซะเยอะเกินไป ทางเลือกซ้ายขวาที่โผล่มาแบบ out of nowhere ให้ดรอปช็อยส์ยากๆมาให้เราแบบไม่ทันตั้งตัว เลือกซ้ายขวาว่าใครจะอยู่ใครจะตาย โดยไม่มีการปูมาล่วงหน้า เลือกคนนี้คนนั้นตาย เลือกคนนั้นคนนี้ตาย มันอาจจะเศร้าและน่าตกใจ แต่มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ได้ไม่นาน มันอาศัยเอาความช็อค ที่เราต้องตัดสินใจในเรื่องความเป็นความตายอย่างเร่งด่วนมาบี้เราเท่านั้น ให้เราตัดสินใจจะช่วยคาแรคเตอร์ซักตัวนึง ที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่ถึง 20 นาที คนนึงตายเราอาจจะรู้สึกผิดเล็กๆน้อยๆแล้วก็หายไป แต่การตัดสินใจเสียสละคนอย่างโคลอี้ ซึ่งเป็นช็อยส์ที่บอกใบ้กันมาครึ่งเกม (ในตอนต้น ep.4 ยังลองเชิงให้เราตัดสินใจฟังคำขอและฆ่าโคลอี้ที่เป็นอัมพาตด้วย) ซึ่งมันหนักหนากว่ากันมาก และมี lasting impact ไปอีกยาวนานในจิตใจของผู้เล่น

Life_is_Strange_Hospital_Ending_Sacrifice_Chloe_Concept_Art.jpg

Life is Strange มันไม่ใช่แค่เกมนะ ผมว่าเป็น once in a lifetime interactive experience ที่ทั้งเกมเมอร์และคนทั่วไปที่ไม่ใช่เกมเมอร์ควรได้ลองสัมผัสดูซักครั้งนึงน่ะ มันคือที่สุดของ storytelling ในวิดิเกมแล้วล่ะ จะมีอะไรที่ดีไปกว่า story-driven videogame ซักเกมนึงให้คุณได้เข้าไปอยู่ในโลกที่ลุ่มลึกของมัน แน่นอนว่ามันไม่ใช่เกมที่เพอร์เฟคอะไรหรอก เกมเพลย์เดินหาขวดกับ stealth แม่งน่ารำคาญสัสๆผมพูดตรงๆ ผมอาจจะคิดมาก หรืออวยมากเกินไปซะด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่ลองเองก็ไม่รู้จริงๆนะ สำหรับผม มันเป็นความประทับใจที่เราไม่สามารถหาได้ในตามท้องตลาดเกมทั่วไปจริงๆ เกมอินดี้ฟอร์มเล็กดีๆมีเยอะ เยอะมากจริงๆ และ hidden gem เหล่านี้แหละที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงจริงๆLife-is-strange-max-chloe.jpg

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s