สำรวจสภาวะจิตใจ Kylo Ren ใน Star Wars: The Last Jedi

Kylo-Ren-Lightsaber-Star-Wars-Last-Jedi

ผ่านมาเป็นภาคที่ 2 แล้วของไตรภาคที่สามของเฟรนไชร์ Star Wars อันเป็นที่รักของเรา แต่ก็ยังขอยืนยันคำเดิมนะว่า Kylo Ren / Ben Solo คือคาแรคเตอร์ที่เราชอบที่สุดของไตรภาคนี้อยู่ดี และเผลอๆอาจจะชอบที่สุดในทั้งเฟรนไชร์นี้เลยด้วยซ้ำหากในภาค 9 ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เบนเป็นคาแรคเตอร์ที่ไม่ได้มีเพียงด้านเดียวอ่ะ มันมีความซับซ้อนทางอารมณ์สูง มันเป็นตัวโกงที่อยากจะเกลียดก็เกลียดไม่ลง เพราะมันก็มีความคิด อารมณ์ความรู้สึก และเหตุผลของมัน มีคอนฟลิกที่ทำให้มันไม่ใช่แค่ตัวโกงธรรมดาๆภายใต้หน้ากาก แต่ก็เป็นคนๆนึงที่มีชีวิตจิตใจเหมือนฝั่งพระเอกนั่นแหละ

ซีนที่พอกลับมาดูรอบสองแล้วชอบกว่าเดิม คือซีนที่เบนมายืนประจัญหน้ากับ Luke บนดาวเหมือง Crait แหละ ในแง่ของแอ็คชั่นหลายๆคนอาจบอกว่าน่าผิดหวัง ไม่เห็นมีอะไร แต่สำหรับเราแล้ว มันเป็นซีนที่บ่งบอกและสะท้อนสภาวะทางอารมณ์ของเบนได้ชัดเจนจนน่าเศร้าเลยล่ะ

(บทความเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ Star Wars: The Last Jedi)

Star-Wars-The-Last-Jedi-Screenshots-16-Kylo-Ren-hero

ตอนดูครั้งแรก มันเป็นซีนที่ดูตะหงิดๆผิดปกติถูกมะ ถ้าเรามองผ่านมุมมองของคนดูจากอีกฝั่งนึงของจออ่ะ โลจิกในซีนมันดูแปลกๆ มันดูขาดความต่อเนื่อง เหมือนมันมีทั้ง continuity แล้วก็ technical mistake ประหลาดๆอยู่จนเราเผลอคิดว่าพี่ผู้กำกับไรอันเราแม่งลืม ทำงานไม่ละเอียดหรอวะ ดาบฟ้าของลุคแม่งแตกเหมือนโดนหักคิทแคทบนยานสโน๊คแล้วไม่ใช่หรอ ลุคโดน AT-M6 ระดมยิงถล่มไม่ยั้ง ต่อให้เป็นระดับปรมาจารย์เจไดก็ไม่น่ารอดมาได้แบบฝุ่นไม่เกาะมั้ง ทำไมเดินบนพื้นเกลือถึงไม่มีรอยตีน จนกระทั่งตอนจบของซีนที่เบนวิ่งเข้ามาฟันลุคแบบไม่สนใจอะไร ที่เฉลยว่าลุคเป็นแค่ “Force Projection” ที่ฉายภาพมาจากบนเกาะ ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้จริงๆ

แม่งเป็นซีนที่โคตรละเอียดยิบ ที่ถ้าใครจดจ่อดีๆก็อาจจะเดา reveal ที่จะเกิดขึ้นท้ายซีนได้ก่อนที่เค้าจะเฉลยซะอีก ซึ่งถ้ามองในอีกมุมนึง คาแรคเตอร์ในเรื่องคนอื่นหากอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็อาจจะมองออกเช่นเดียวกันก็ได้ ถ้าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือเรย์ ก็คงจะชี้ดาบสีฟ้าของลุคแล้วถามว่ามันพังไปแล้วไม่ใช่หรือ แต่เบนกลับทำไม่ได้ ทั้งที่ clue อย่างดาบที่ชัดเจนที่สุดวางอยู่ตรงหน้า เขากลับหลงอยู่ในเงาของความมืดที่บังตา ไม่สามารถมองข้ามความโกรธแค้นชิงชังและความผิดหวังที่มีต่ออาจารย์ของตนได้

เบนที่ทำดาบลุคสีฟ้าแตกเป็นสองเสี่ยง กลับไม่ทันมองเห็นภาพดาบเล่มเดียวกันนั้นในมือของอาจารย์ที่ตนชิงชัง ไม่ทันมองเห็นว่าอาจารย์ของตนที่เดินหมุนไปหมุนมาอยู่ตรงหน้า ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้บนพื้นสีแดงฉาน เบนถูกด้านมืดเข้าครอบงำ จนไม่สามารถที่จะแบ่งแยกภาพลวงตากับความเป็นจริงออกจากกันได้

at-m6-walker-main_99ddc753

อีกอย่างคือลุคมาปรากฎตัวอยู่ต่อหน้าเบนในรูปที่หนวดไม่หงอกมากและผมยังสั้นอยู่ด้วย ซึ่งไม่รู้ทุกคนสังเกตมั้ย แต่นั่นคือสภาพครั้งสุดท้ายที่เบนเห็นลุคก่อนที่เจ้าตัวจะหักหลังเจไดแล้วไม่เคยได้เจอกันอีกเลยนะ ทำไมลุคไม่ยอมมาในสภาพปัจจุบันที่หนวดเคราผมรุงรัง? ส่วนตัวเรามองว่าลุคนอกจากจะมาจุดประกายความหวังให้ฝ่ายต่อต้าน มาช่วยถ่วงเวลาแล้ว เจ้าตัวน่า ต้องการที่จะมา prove point ของตัวเองด้วยอ่ะว่าเบนมันเกินเยียวยาแล้วอย่างที่ตัวเองพยายามจะบอกเรย์มาตลอดทั้งเรื่อง เลยมาในสภาพที่น่าจะต้องการย้ำเตือนเบนถึงเหตุการณ์ในคืนวันนั้น ยุยงในเชิงที่พยายามจะช่วยเบนเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ที่พูดประมาณว่าถ้าเธอฟันชั้นลง ชั้นก็จะตามกัดกินอยู่ในใจเธอไปเฉกเช่นพ่อของเธอ (ที่ฆ่าฮานไปภาคที่แล้ว)

luke_skywalker_7.0

ก่อนหน้านี้เราคิดมาตลอดว่าเบนคงจะมี redemption arc ให้กลับตัวเข้าสู่ด้านสว่างนะ ตลอดการนั่งดู The Last Jedi ครึ่งเรื่องแรกเราก็ยังเชื่ออย่างนั้น ด้วยความที่มันมีคอนฟลิกในใจชัดเจนมาก ยกตัวอย่างที่ไม่กล้ายิงแม่ตัวเอง แต่พอเห็นทางเลือกมากมายที่แกปฏิเสธและยิ่งตอนจบซีน Battle of Crait ด้วย เราว่าเบนถึงแม้จะไม่ใช่คนชั่วโดยสมบูรณ์ แต่เค้าก็ได้ถลำลึกลงไปเกินกว่าที่จะถอนตัวได้แล้วอ่ะ เบนอยู่ในสถานการณ์ที่ว่าการกระทำทั้งหลายของตน ถึงแม้มันจะหลอกหลอนกัดกินหัวใจขนาดไหน เค้าก็ไม่สามารถที่จะเดินกลับมาเป็นคนเก่าได้อีกแล้ว แม้จะยากเพียงใด สิ่งที่เค้าต้องทำก็คือตัดขาดจากอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่ซะ (“Let the past die. Kill it, if you have to. It’s the only way to become what you were meant to be”) ทุกอย่างมันเลยเถิดเกินกว่าที่จะกลับไปหาแม่แล้วขอโทษ หรือกลับไปอยู่ร่วมชายคากับอาจารย์ที่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องตกมาอยู่ในจุดๆนี้แล้ว

ตลอดสองชั่วโมงครึ่งที่หนังนำเสนอเรื่องของพลัง จุดกึ่งกลาง และการที่มันไม่มีเส้นแบ่งระหว่างแสงกับความมืดที่แน่นอน เราชอบการตีความด้านมืดผ่านเบนใน Battle of Crait จริงๆนะ เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมภาคีถึงสอนให้เหล่าเจไดนั่งสมาธิบ่อยๆ ตัดขาดจากอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ให้กลายเป็นหุ่นยนต์ไร้ชีวิต แต่เพื่อไม่ให้วันใดวันหนึ่งเราถูกมันกลืนกินจนมืดบอด เหมือนที่เบนเป็นนั่นแหละ

“This is a Star Wars movie not about big fights and fan service, it’s about the characters: their struggles, their hopes, their fears, their weaknesses, their strengths, their growth & lessons learned. It’s a complex film because of what they all go through.” – Alex Billington

Kylo-Ren-Scar-Star-Wars-Last-Jedi

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s